commentaries / SPECIAL REPORT

ไทยเดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสด


รัฐบาลไทยเริ่มผลักดันแนวคิด National e-Payment หรือการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ช่วงปี 2558 โดยมีโครงการสำคัญที่เปิดตัวไปแล้วคือ “พร้อมเพย์ - PromptPay” เพื่อส่งเสริมการโอนเงินและรับเงินผ่านหมายเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกติดกับบัญชีธนาคารไว้ และในเดือนสิงหาคมธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดตัว  “Standard QR Code” เพื่อรับชำระเงินและให้บริการผ่านร้านค้าด้วย QR มาตรฐานเดียวกันร่วมกับธนาคารและผู้ให้บริการบัตรเป็นครั้งแรก ซึ่งทั้งสองโครงการนับว่าเป็นการช่วยลดต้นทุนและเวลาในการบริหารจัดการด้านการเงิน

 


ลดต้นทุน “สังคมเงินสด”


การเข้าสู่สังคมไร้เงินสดจะทำให้ต้นทุนด้านการลงทุนลดต่ำลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการผลิตธนบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย ไปจนถึงการขนย้ายเงินไปยังธนาคาร ปัจจุบันธนาคารในประเทศไทยมีต้นทุนทางการเงินจากการบริหารจัดการเงินสดทั้งระบบของประเทศไทยในแต่ละปีมูลค่าสูงถึง 9 พันล้านบาท ตั้งแต่การให้บริการตู้กดเงินสดอัตโนมัติหรือ ATM รวมกันราว 50,000 ตู้ ซึ่งหากนับเฉพาะต้นทุนตู้กดเงินสดอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว จะมีมูลค่ารวมกันสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท โดยยังไม่นับรวมค่าติดตั้งหรือจำนวนธนบัตรที่รอจ่ายภายในตู้ ในขณะที่ต้นทุนการผลิตบัตรเครดิต บัตรเดบิต มีมูลค่ารวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยตั้งแต่ปี 2556 มีบัตรเครดิตเกิดใหม่เฉลี่ย 3% ต่อปี สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2560 มีจำนวนบัตรเครดิตที่เกิดขึ้นแล้ว 19.8 ล้านใบ


นอกจากต้นทุนทางการเงิน วัตถุประสงค์หลักของการสร้างสังคมไร้เงินสดคือ การเข้าถึงธุรกรรมและบริการทางการเงินของกลุ่มคนทุกกลุ่มและชนชั้น อาทิ กลุ่มคนที่ไม่สามารถระบุเส้นทางทางการเงิน เงินทุนหมุนเวียน รวมไปถึงต้นทุนและกำไรจากการค้าขาย โดยการชำระบริการหรือการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จะทำให้สถาบันการเงินสามารถรับรู้ข้อมูลทางการเงินของผู้กู้ได้


ในขณะที่ร้านค้าเองสามารถมีช่องทางการชำระมากไปกว่าเงินสดหรือบัตรเครดิต รวมไปถึงมิติความสะดวกสบายทางด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นจาก PromptPay และ Standard QR Code ทว่า ภายใต้ความสะดวกสบายก็แฝงด้วยข้อกังวลจากหลายฝ่ายว่า การเข้าสู่สังคมไร้เงินสดจะนำมาซึ่งอันตรายและความเสียหายจากการโจรกรรมข้อมูลทางด้านการเงิน รวมทั้งความเป็นส่วนตัวทางด้านการเงิน

 


สู่ยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น


เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา Forbes Thailand ได้เป็นส่วนหนึ่งของคณะสื่อมวลชนร่วมเปิดประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและการเกิดใหม่ของนวัตกรรมทางการเงินและบริการจากสำนักงาน IBM, MasterCard และ VISA พร้อมกับทีมผู้บริหารกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ที่นำโดย ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์



แม้ทั้งสามบริษัทจะเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ แต่ในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น พวกเขาเองมีความจำเป็นที่ต้องปรับตัวตามกระแสเช่นกัน โดยตลอดระยะเวลาการก่อตั้ง IBM ได้ปรับเปลี่ยนตัวเองมาโดยตลอด IBM ปรับเปลี่ยนตัวเองใน 3 เรื่อง คือ การสร้างเทคโนโลยีล้ำสมัย การแข่งขันกับคู่แข่งจากอุตสาหกรรมที่แตกต่างออกไป และการสร้างการให้บริการที่ตรงจุดลูกค้ายิ่งขึ้น


โดยมี IBM Studio เป็นที่ตั้งของ IBM Watson Center, IBM Bluemix Garage และ IBM Interactive Experience Center (iX) เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษา กิจกรรม และเวิร์คช็อปเฉพาะทางสำหรับกลุ่มผู้คิดค้นนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นบริษัท สตาร์ทอัพ หรือนักพัฒนา


IBM มองว่า 88% ของข้อมูลที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้เป็นข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างครอบคลุมและคอมพิวเตอร์ทั่วไปยังไม่มีความสามารถในการเข้าใจความหมายของข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเติบโตจนมีปริมาณถึง 44 เซตตะไบท์ภายในปี 2563 ขณะที่ปัจจุบันมีองค์กรเพียง 15% เท่านั้นที่สามารถนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงลึกมาใช้ประโยชน์จริง



IBM มองว่า 88% ของข้อมูลที่เกิดขึ้นทุกวันนี้เป็นข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างครอบคลุมและคอมพิวเตอร์ทั่วไปยังไม่เข้าใจความหมาย ปัจจุบันมีองค์กรเพียง 15% เท่านั้นที่นำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงลึกมาใช้ประโยชน์จริง


จึงเป็นที่มาของ IBM ในการพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งเรียกว่า cognitive computing ที่ชื่อ IBM Watson โดย IBM Watson จำลองกระบวนการคิดของมนุษย์และเรียนรู้ได้อย่างไม่สิ้นสุดพร้อมผสานความสามารถ 5 แขนงประกอบด้วย การวิเคราะห์ big data การสร้างปัญญาประดิษฐ์ การสร้างระบบที่เข้าใจภาษาธรรมชาติภาพและเสียงแบบเดียวกับมนุษย์ การสร้างระบบองค์ความรู้และความเข้าใจในบริบทความรู้ และโครงสร้างพื้นฐานและพลังการประมวลผลขั้นสูง

 


AI ผสานโลกการเงิน


ปัจจุบัน IBM Watson ถูกนำไปใช้แล้วในกว่า 20 อุตสาหกรรมจาก 45 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย อาทิ

  • askPRU ของ Prudential โดยเป็นการพัฒนา AI chatbot ร่วมกับ NCS และ Nokomai Studios ทำหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการเงินผ่านแอพพลิเคชั่น ทำให้สามารถดึงข้อมูลกรมธรรม์ วันครบกำหนดชำระเบี้ย สถานะการเคลม และสามารถสร้างใบเสนอราคาได้ภายใน 3 วินาที
     
  • ร่วมมือกับ H&R Block ผู้ให้บริการด้านภาษีสำหรับผู้บริโภค ประมวลข้อมูลความรู้ด้านภาษีนับพันรายการ ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีของ H&R Block สามารถตรวจสอบความเป็นไปได้อื่นๆ ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถได้รับเงินคืนภาษีเพิ่มเติมหรือเสียภาษีลดลง
     
  • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล นำ IBM Watson ไปใช้เพื่อหาแนวทางเพื่อการรักษาโรคมะเร็ง
     
  • ปตท. นำเทคโนโลยี IBM Watson IoT มาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของโรงแยกก๊าซธรรมชาติ


ในขณะที่ MasterCard เปิดศูนย์แสดงนวัตกรรมและศูนย์วิจัยและพัฒนา MasterCard Asia Pacific Innovation Showcase and Labs เมื่อปี 2558 ภายในพื้นที่สำนักงาน MasterCard สิงคโปร์ เพื่อเป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และบริการด้านเทคโนโลยีที่เป็นมากกว่าบริการด้านการเงิน MasterCard ได้นิยามตัวขึ้นใหม่ในการสร้างโลกที่มากกว่าเงินสด



Pepper หุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ที่ MasterCard Lab สิงคโปร์พัฒนาและผสานเข้ากับการชำระเงินแบบดิจิทัลอย่าง Masterpass


กว่า 9 ปีที่ผ่านมา MasterCard นำเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาประสบการณ์ในการชำระเงินของลูกค้า อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ที่เรียกว่า Mastercard KAI ที่ MasterCard ร่วมกับ Kasisto ในการสร้างแพลตฟอร์ม AI ในระบบสนทนาที่ให้บริการเป็นผู้ช่วยทางด้านการเงินเสมือนจริง Masterpass QR เพื่อสร้างการชำระเงินแบบใหม่ผ่านโทรศัพท์มือถือแทนบัตรพลาสติก เป็นต้น


สำหรับ VISA การทำงานในยุคปัจจุบันของ VISA “ลูกค้าคือนวัตกรรม” จึงเกิดเป็นการทำงานสองส่วนสำคัญ ส่วนแรกคือการสร้าง Visa Innovation Center ศูนย์นวัตกรรมอันทันสมัยเพื่อการเป็นพื้นที่สำหรับพบปะกับกลุ่มธุรกิจ สถาบันการเงิน ร้านค้า หน่วยงานรัฐบาล และอีกส่วนคือการนำความสามารถต่างๆ ที่ VISA มีเพื่อตอบสนองความต้องการต่างๆ ของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน อาทิ การสร้าง Tokenization จากระบบ Visa Token Service (VTS) ที่ปลอดภัยเพื่อเปลี่ยนตัวเลขหน้าบัตรพลาสติกไปชำระเงินผ่านระบบชำระเงินอย่าง Apple Pay หรือ Samsung Pay



The Building Blocks ที่จำลองโซลูชั่นในการแก้โจทย์ทางการตลาดให้กับลูกค้า ณ VISA Innovation Center


ในปี 2560 นี้ VISA จับมือกับ IBM ผสาน เทคโนโลยี cognitive และแพลตฟอร์ม IBM Watson IoT เข้ากับ ระบบชำระเงินของ VISA เพื่อใช้ในด้านการเงินกับอุปกรณ์ต่างๆ อย่าง นาฬิกา เครื่องใช้ หรือรถยนต์ VISA ยกตัวอย่างถึงการเชื่อมต่อรถยนต์กับแพลตฟอร์มของ IBM Watson IoT ทำให้รถยนต์สามารถเตือนคนขับเมื่อถึงเวลาต่อประกันหรือเปลี่ยนอะไหล่ เจ้าของรถยนต์อาจสามารถสั่งซื้ออะไหล่โดยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว ขณะที่อุปกรณ์ฟิตเนสที่นักวิ่งสวมใส่จะสามารถสื่อสารกับชิพ และแจ้งเตือนทันทีเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ และทำการสั่งซื้อได้ทันที


ที่กล่าวมาข้างต้นนี้คือการเปลี่ยนผ่านของเงินเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยประเทศไทยมีความเป็นได้ในการเข้าสู่สังคมเงินสดในอนาคตอันใกล้

 


ภาพ: กรุงศรี คอนซูมเมอร์


คลิกเพื่ออ่าน "ไทยเดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสด" ฉบับเต็ม จาก Forbes Thailand ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor

Update : 11 ธันวาคม 2560

View : 676




vdo

การแถลงข่าวจัดการประชุมกรอบความร่วมมือเอเชียภาคธุรกิจ” (ACD ..

Update : 14 ธันวาคม 2560

View : 3,914

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 229,391

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 68,449

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 29,012

top list

การปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ กับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ..

Update : 09 มกราคม 2561

view : 441

สรุปภาพการลงทุนปี 2017..

Update : 18 ธันวาคม 2560

view : 786

ดุลบัญชีเดินสะพัดไม่ได้ตัดสินทิศทางค่าเงินบาทเสมอไ..

Update : 15 ธันวาคม 2560

view : 2,060


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย