commentaries / THOUGHT LEADERS

การจัดทำ Credit Rating ของประเทศไทย


ประเทศไทยจำเป็นต้องกู้เงินจากต่างประเทศเพื่อใช้จ่ายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญก้าวหน้าและให้ประชาชนมีรายได้และความเป็นอยู่ที่สูงขึ้น จึงได้กู้เงินจากต่างประเทศโดยการออกพันธบัตรเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2447


ต่อมาในปี 2519 ไทยได้กลับมากู้เงินจากตลาดการเงินต่างประเทศอีกครั้งในรูป Euro Syndication วงเงิน 60 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบการกู้เงินจากตลาดดังกล่าวมาตามลำดับ จากการกู้เงินจากกลุ่มธนาคารในรูป syndication เป็นการกู้เงินในรูป floating rate notes และการออกพันธบัตรชนิด private placement ในตลาดทุนญี่ปุ่น เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ จนถึงขั้นการออกพันธบัตรชนิด public offering ในตลาดทุนญี่ปุ่นหรือ Samurai Bond เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2522


ในการนี้ กระทรวงการคลังได้จัดทำ credit rating สำหรับประเทศไทยเพื่อเป็นการปูทางในการกู้เงินโดยตรงจากนักลงทุนในตลาดทุนต่างประเทศที่อนุญาตเฉพาะผู้ออกตราสารหนี้ที่ได้รับการรับรองโดยบริษัท Standard & Poors (S&P) และบริษัท Moody’s Investor Service (Moody’s) โดยเริ่มจากการทำ Credit Assessment ซึ่งเป็นการดำเนินการตามที่บริษัท S&P เสนอ และได้รับการจัดลำดับเครดิตในระดับ S1 (Satisfactory) เมื่อปี 2531 ซึ่งหมายความว่า ไทยสามารถชำระหนี้ได้ตรงกำหนด


หลังจากนั้น กระทรวงการคลังได้ว่าจ้างบริษัท S&P และ Moody’s จัดทำ credit rating ของประเทศ และได้ออกตราสารหนี้ระยะสั้นในรูป Euro Commercial Paper วงเงิน 1 พันล้านเหรียญ โดยได้รับการรับรองเครดิตระยะสั้นที่ A1P1 เมื่อกุมภาพันธ์ 2532 ตามด้วยการออกพันธบัตรชนิด public offering ในตลาดทุนสหรัฐฯ หรือ Yankee Bond วงเงิน 200 ล้านเหรียญ เมื่อสิงหาคมปีเดียวกันโดยได้เครดิตที่ A-A2 ตามลำดับ ซึ่งหมายความว่า ไทยมีความสามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด แต่ในระยะยาวหากมีปัจจัยเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ อาจจะกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้



ครั้งหนึ่งในช่วงปี 2532 ประเทศไทยเคยได้รับการจัด credit rating ที่ระดับ A2 ก่อนที่ Moody’s จะปรับลดลงเหลือที่ระดับ Baa3 เมื่อไทยเริ่มเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ (ขอบคุณภาพจาก: โพสต์ทูเดย์)


ต่อมา กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินโดยการออก Yankee Bond รุ่นที่ 2 วงเงิน 300 ล้านเหรียญ พร้อมกับการจัดตั้ง Medium Term Notes Program วงเงิน 1 พันล้านเหรียญ เมื่อปี 2534 อย่างไรก็ดี การออก Yankee Bond รุ่นที่ 3 เมื่อเมษายน 2540 ทั้งที่พันธบัตรรุ่นดังกล่าวได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดียิ่งจนต้องเพิ่มวงเงินพันธบัตรที่จะออกจำหน่ายจาก 500 เป็น 600 ล้านเหรียญที่อัตราดอกเบี้ย 7.75 % ต่อปี สำหรับพันธบัตรระยะ 10 ปี โดยมี Spread Over US Treasury Bond ใกล้เคียงกับเกาหลี ซึ่งมี credit rating สูงกว่าไทย แต่ Moody’s ได้ประกาศ downgrade ไทยจาก credit rating ในระดับ A2 เป็น Baa3 เนื่องจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับที่สูง (5% ของ GDP) และมีความห่วงใยในค่าเงินบาท


การจัดลำดับเครดิตของประเทศเมื่อปี 2532 กระทรวงการคลังมั่นใจว่า ประเทศไทยจะสามารถรักษา credit rating ในระดับ A-A2 ได้ แต่ผลจากการถูก downgrade เมื่อเมษายน 2540 และการเกิดวิกฤตในภาคการเงินเมื่อกรกฎาคม 2540 ทำให้ไทยมีเครดิตที่ BBB Range มาจนถึงปัจจุบัน


สำหรับประโยชน์ที่พึงได้รับจากการทำ credit rating ของประเทศไทย นอกจากจะเป็นการกระจายฐานการกู้เงินให้กว้างขวางขึ้น เพื่อเพิ่มอำนาจในการเจรจาต่อรองแล้ว ยังเป็นการสร้างอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ซึ่งจะช่วยให้สถาบันในภาคการเงินและภาคธุรกิจต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชนสามารถกู้เงินในตลาดการเงินได้ง่ายและสะดวกขึ้น



TRIS Rating บริษัทวิเคราะห์เครดิตไทย (ขอบคุณภาพจาก: โพสต์ทูเดย์)


ในการนี้ กระทรวงการคลังได้สนับสนุนการจัดตั้งบริษัทวิเคราะห์เครดิตไทย (TRIS Rating) เมื่อปี 2536 เพื่อรับรองเครดิตของตราสารหนี้ที่ออกจำหน่ายในตลาดตราสารหนี้ไทย อีกทั้งในช่วงหลังจากประสบวิกฤตเมื่อปี 2540 กระทรวงการคลังยังปรับเพิ่มบทบาท โดยการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศให้เป็นแหล่งระดมทุนในระดับภูมิภาคเมื่อปี 2542 จนถึงขั้นที่ทำให้ต้นทุนการกู้เงินในประเทศต่ำกว่าการกู้เงินจากต่างประเทศ พร้อมกับเปิดโอกาสให้นิติบุคคลจากต่างประเทศสามารถกู้เงินโดยการออกพันธบัตรสกุลเงินบาทในตลาดการเงินไทย ซึ่งธนาคารพัฒนาเอเชียหรือ ADB เป็นนิติบุคคลต่างประเทศแห่งแรกที่ออกตราสารหนี้สกุลเงินบาทในประเทศไทยเมื่อปี 2547


ปัจจุบัน มีวิสาหกิจจากต่างประเทศ จำนวน 88 ราย ได้ยื่นคำขอออกพันธบัตรสกุลเงินบาทเป็นเงินกว่า 1.9 ล้านล้านบาท นับว่าไทยสามารถแปลงวิกฤตให้เป็นโอกาสและประสบความสำเร็จในการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ไทย จนสามารถระดมเงินเพื่อใช้จ่ายในการพัฒนาประเทศทดแทนการกู้เงินจากต่างประเทศ ซึ่งท่านสามารถติดตามผลการระดมทุนจากตลาดทุนในประเทศ ทั้งของภาครัฐและเอกชนในและต่างประเทศ ได้จาก Thailand Bond Market Association

 



พรรณี สถาวโรดม
อดีตผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะและผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง


อ่านบทความทางด้านธุรกิจและการลงทุนอื่นๆ ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ ตุลาคม 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 16 พฤศจิกายน 2560

View : 1,291



Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 234,572

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 70,075

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 35,628


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ภารไดย ธีระธาดา
Mentor Coach focused on Personal Executive Development
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader