commentaries / CONTRIBUTOR

ธุรกิจกงสีรุ่นที่สามจะเติบโตกว่ารุ่นพ่อได้อย่างไร


ผมเพิ่งได้อ่านข้อมูลจากเครดิตสวิส บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนชั้นนำมาว่า ธุรกิจครอบครัว (Family Business) จากประเทศไทยมีมูลค่ารวมถึง 5.2 พันล้านเหรียญ ติดอันดับ 8 ของโลกและอันดับ 7 ของเอเชียแปซิฟิค โดยประเทศที่มีมูลค่าของ ธุรกิจครอบครัว มากที่สุดอันดับหนึ่งคือเกาหลีใต้ รองลงมาคือฮ่องกง สิงคโปร์ จีน และอินเดีย หากดูจากรายชื่อประเทศพวกนี้ น่าจะบอกได้ว่าคนเอเชียยังยึดติดกับรูปแบบการทำธุรกิจแบบกงสีอยู่มาก


สถิติที่น่าสนใจคือผลประกอบการธุรกิจครอบครัวในรุ่นแรกและรุ่นที่สองจะสามารถสร้างมูลค่ากิจการให้เติบโตได้ประมาณ 9% ต่อปี แต่พอมาถึงเจ้าของธุรกิจในรุ่นที่สาม ตัวเลขลดลงมาอยู่ที่ 6.5% อาจจะเป็นเพราะขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นมีผลให้การเติบโตลดลง


ถึงอย่างไร เจ้าของกิจการในรุ่นที่สามซึ่งส่วนใหญ่เป็นรุ่นหลาน กำลังเผชิญกับสิ่งท้าทายอย่างมาก ทั้งจากกระแส Digital Disrupt และการเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจโลก ธุรกิจรุ่นอากงหรือรุ่นพ่อ อาจจะไม่ได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเหมือนในยุคนี้ คำถามคือรุ่นหลานที่เป็นคนรุ่นใหม่จะปรับตัวอย่างไร?


จากประสบการณ์ ผมได้เห็นธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางในไทยที่มีศักยภาพจำนวนมาก บางบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้มากกว่าทุนจดทะเบียนเสียอีก อย่างบริษัทผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันรายหนึ่งที่ผลิตผลงานให้กับผู้ว่าจ้างต่างชาติ มีทุนจดทะเบียนแค่ 1 ล้านบาท แต่มีกำไรสุทธิถึง 20 ล้านบาท หรือธุรกิจที่ดูจะไม่มีอะไรอย่าง เจ้คิว ปูม้านึ่ง ที่ส่งเดลิเวอรีถึงบ้าน ไม่น่าเชื่อว่าจะมีรายได้ต่อปีหลายร้อยล้านบาทและกำลังเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้นแล้วด้วย และยังมีอีกมากที่อาจจะซ่อนอยู่แล้วเราไม่รู้


ประเทศไทย ยังเป็นตลาดผู้บริโภคที่มีศักยภาพเพราะจำนวนประชากรเรามีกว่า 65  ล้านคน และยังเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาคอาเซียน ไหนจะมี โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่กำลังจะเกิด ผมจึงมีความเชื่อว่าธุรกิจในรุ่นที่สามนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก แต่ต้องหาทางโตให้ถูกทาง


เรื่องของเงินทุนและการเงิน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจให้เร็วยิ่งขึ้น และยังมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วยหากเราเลือกที่จะใช้เครื่องมือของตลาดทุนให้เกิดประโยชน์  เพราะผู้ที่ใส่เงินทุนมาให้เราผ่านการร่วมลงทุนไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนบุคคลหรือสถาบัน จะเข้ามาช่วยให้คำแนะนำปรึกษา โดยเฉพาะเรื่องทางการเงิน การทำบัญชี ให้มีระเบียบแบบแผนมากขึ้น เพื่อปลายทางคือการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ถึงจุดนั้นจากธุรกิจครอบครัวก็จะเป็นธุรกิจมหาชน ได้อย่างเต็มตัว


ผมได้ริเริ่มโครงการแรกของบริษัท ซุปเปอร์คอร์ปอเรชั่น ด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อย่าง บริษัทหลักทรัพย์ เออีซีจำกัด (มหาชน) ที่มีประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของธุรกิจที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นแล้วรวมถึงนักลงทุนเวนเจอร์แคปิตอล ผู้จัดการกองทุน มาให้ความรู้กับผู้ประกอบการที่สนใจกลไกของตลาดทุนว่าจะเร่งการเติบโตให้กับธุรกิจของเขาได้อย่างไร งานจะมีขึ้นในวันที่ 19-26 พฤศจิกายน 2560 สอบถามรายละเอียดได้ที่แฟนเพจ Super Corporations


กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง

Update : 07 พฤศจิกายน 2560

View : 4,925



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,259

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 227,960

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 67,861

3

คำนิยม ชีวประวัติ แจ็ค หม่า นักสู้ ผู้ยิ

Update : 05 เมษายน 2558

view : 27,568

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 953

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,309

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,682


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย