commentaries / INVESTMENT OUTLOOK

หุ้นไทยทะลุ 1,700 จุดแล้ว แพงไปหรือไม่

ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2560 หุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบ 1,540-1,590 Laggard ตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค (SET Index +2.1% vs MSCI Asia Pacific ex Japan +24.6%) แต่หากนับแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2560 เป็นต้นมา หุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง +11% ( ข้อมูล ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2560) ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1,728 จุด ทำจุดสูงสุดในรอบ 23 ปี ส่งผลให้ในปัจจุบันหุ้นไทยเทรดที่ P/E (เทียบผลการดำเนินงานใน 12 เดือนข้างหน้า) ที่ 16.0 x สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ที่ 13.2x หากอิงตาม Valuation ย่อมมองได้ว่าหุ้นไทยซื้อขายในระดับที่ค่อนข้างแพง แต่ถ้าเทียบกับตลาดหุ้นของประเทศอื่นในภูมิภาค ก็ถือว่าสมเหตุสมผล เราจึงมองว่าแนวโน้มระยะข้างหน้ายังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้จากปัจจัย ดังนี้


1.เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดีทั้งจากปัจจัยในประเทศและนอกประเทศ

•    นับตั้งแต่ต้นปีตลาดคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้เพียง 3.2-3.3% แต่หลังจาก GDP ไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าคาดที่ +3.7% จากการส่งออกที่ฟื้นตัวต่อเนื่องในทุกกลุ่มสินค้าและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มส่งสัญญาณขยายตัว ทำให้ในตอนนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับเพิ่มประมาณการณ์ทางเศรษฐกิจปี 2017 เพิ่มขึ้นจาก +3.5% เป็น +3.8%

2.เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และ ตลาดหุ้นดีขึ้นมากเทียบกับช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ

•    หากเปรียบเทียบภาวะทางเศรษฐกิจ และ Valuation ตลาดหุ้น SET Index ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุด มกราคม 1997 ที่ระดับ 1,789 จุด จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันพื้นฐานของตลาดและเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นค่อนข้างมาก



•    จะเห็นได้ว่าสภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2017 ดีขึ้นจากปี 1994 ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดที่เคยขาดดุลในปี 1994 แต่เกินดุลค่อนข้างมากในปัจจุบันจากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวได้ดี นอกจากนี้อัตราภาระหนี้ต่างประเทศก็ปรับลดลงถึงเกือบเท่าตัว ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้น

•    ด้านตลาดหุ้น จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันตลาดหุ้นเทรดที่ P/E อิงกับผลการดำเนินงานย้อนหลัง 12 เดือน (Trailing P/E)  เพียงแค่ 18.5x น้อยกว่าในปี 1994 ที่สูงถึง 31x รวมถึงอัตราเงินปันผลในปัจจุบันก็สูงกว่าค่อนข้างมาก

•    นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบันยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำมาก เมื่อเทียบกับในปี 1994 จึงทำให้ตลาดหุ้นมีความน่าสนใจในการลงทุน

3.การเมืองมีเสถียรภาพ คาดเกิดการเลือกตั้งไตรมาส 4 ปี 2561

•    เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าในเดือน มิถุนายน 2561 จะประกาศวันเลือกตั้ง และเดือน พฤศจิกายน 2561 จะให้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไป จึงทำให้เกิด Sentiment เชิงบวกกับตลาดหุ้น ทำให้นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,914 ล้านบาท

4.นักลงทุนต่างชาติยังถือครองหุ้นไทยน้อยเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย

•    ตั้งแต่ปี 2013-2015 นักลงทุนต่างชาติขายสะสมหุ้นไทยเกือบ 4 แสนล้านบาท และกลับมาซื้อสุทธิในปี 2016-2017 เพียงแค่ 9.4 หมื่นล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 11 ต.ค. 2560)

กราฟแสดงมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ (หน่วย:ล้านบาท)


5.แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังทรงตัวในระดับต่ำ คาดธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงดอกเบี้ยตลอดปี 2017-2018  เอื้อประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ

•    อัตราเงินเฟ้อทรงตัวอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดประมาณการณ์เงินเฟ้อในปี 2560 จาก 0.7-1.7% เป็น 0.4-1.0%  เราเชื่อว่าจากนี้ไปแรงกดดันจากเงินเฟ้อจะไม่มาก ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังคงดอกเบี้ยตลอดปี 2017-2018 คาดว่าดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำนี้จะชี้นำให้ดอกเบี้ยเงินกู้จะไม่ปรับเพิ่มขึ้นเอื้อประโยชน์ให้กับภาคธุรกิจ

ถึงแม้ว่าเราจะมองว่าตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยบวกหลายประการ แต่ก็อาจจะเกิดปัจจัยลบที่จะส่งผลให้ตลาดปรับฐานได้ในระยะสั้น ดังนี้

1.ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกประเทศ

  1. การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ: คาดมีโอกาสเกิดขึ้นได้ จับตานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
  2. ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นมากเป็นปัจจัยลบต่อภาวะเงินเฟ้อโลก: คาดมีโอกาสเกิดขึ้นต่ำ
  3. รัฐบาลจีนกลับมาเข้มงวดนโยบายทางการเงิน : มีโอกาสเกิดขึ้นได้ภายหลังการปรับเปลี่ยนผู้นำในวันที่ 18 ต.ค.
  4. ความเสี่ยงคาบสมุทรเกาหลีนำไปสู่ภาวะสงคราม: คาดมีโอกาสเกิดขึ้นต่ำ

2.ความเสี่ยงในประเทศ

  1. เศรษฐกิจไทยไม่ฟื้นตัวได้ดีเท่าที่คาด โดยเฉพาะในระยะนี้อาจจะต้องจับตาภาวะน้ำท่วมอาจจะกระทบรายได้ภาคการเกษตร ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว
  2. การลงทุนภาครัฐที่ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำในช่วงที่เหลือของปี 2017 หากต้นปี 2018 ยังชะลอออกไปย่อมส่งผลเสียกับความเชื่อมั่น และ การลงทุนภาคเอกชน

โดยสรุปเรามองว่าการปรับฐานมีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่นักลงทุนสามารถใช้จังหวะการปรับฐานในการทยอยเข้าลงทุนด้วยมุมมองที่ดีต่อภาวะเศรษฐกิจ และ ตลาดหุ้นไทยในปี 2018
 

โดย Wealth Manager Team : กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์ , ลลิดา งามวิริยะพงศ์, ธีระศักดิ์ บุญญาเสถียร,
โรจนานันท์ เกตุแก้ว, สวภพ ยนต์ศรี, พาชื่น จันทร์พิทักษ์, ปาณิศา เจียรพุฒิ, สาริศา พจนสุวรรณชัย


Admin System Web
Administrator

Update : 18 ตุลาคม 2560

View : 2,490



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,259

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 227,960

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 67,861

3

คำนิยม ชีวประวัติ แจ็ค หม่า นักสู้ ผู้ยิ

Update : 05 เมษายน 2558

view : 27,568

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 953

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,309

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,682


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย