commentaries / CONTRIBUTOR

ธุรกิจไทยจะแข่งได้ต้องเน้นสร้างนวัตกรรม

หากวัดผลงานของกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในปีนี้ ต้องยกให้กับหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ทั้งฮาร์ดแวร์ก็คือผู้ผลิต GPU ที่ใช้ในอุตสาหกรรม AI รวมไปถึงซอฟท์แวร์โดยเฉพาะจากประเทศจีน ไม่ว่าจะ Tencent ผู้ผลิตเกมรายใหญ่ที่สุดของโลก Ant Financial บริษัทฟินเทคที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เป็นบริษัทลูกของ Alibaba ตลอดจนบริษัทไอทีรายใหญ่ของโลกจากสหรัฐฯ ทั้ง Amazon, Facebook, Google ฯลฯ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทที่เน้นพัฒนาด้าน “นวัตกรรม” ทั้งสิ้น

ตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน ที่มีแต่บริษัทด้านเทคโนโลยี แม้ส่วนใหญ่จะเป็นรับจ้างผลิตและพัฒนา แต่ก็สามารถวิ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ได้ก็เพราะบริษัทที่เน้นด้านวัตกรรมนี่เอง

กลับมามองที่ตลาดหุ้นไทย ก่อนหน้าที่ SET Index จะวิ่งเหนือ 1,600 จุด หุ้นไทยแทบไม่ไปไหน ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะภาคธุรกิจของไทยยังไม่มีบริษัทที่เน้นด้านการพัฒนานวัตกรรมมากนัก  หากเราศึกษาดูดีๆ จะพบว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโดยตรงในตลาดหุ้นไทยมีน้อยมาก หุ้นที่แข็งแกร่งส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่ผูกขาดตลาดแต่ไม่ได้เด่นในเรื่องเทคโนโลยี

ตรงกับตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทยที่บอกว่า ค่าใช้จ่ายในด้านการวิจัยและพัฒนาของไทยนับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมายังมีสัดส่วนไม่ถึง 0.5% ของจีดีพี ขณะที่ค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (OECD) อยู่ที่ 2.4% ขณะที่ประเทศกลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูงอยู่ที่ 1.6%  เรียกได้ว่ายังห่างไกลอยู่มาก

น่าเสียดายด้วยว่าการจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 51 จาก 127 ประเทศทั่วโลก ตามหลังประเทศในอาเซียนด้วยกันอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย รวมถึงเวียดนาม นอกจากนี้ยังพบว่าค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาของไทยกว่า 1 ใน 3 มาจากการลงทุนภาครัฐ

ผมมองว่า หากภาคเอกชนไทยหันมาใช้งบลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาธุรกิจให้มากขึ้น นอกเหนือจากดัชนีด้านนวัตกรรมที่จะเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนมากขึ้นอีกด้วย เพราะเห็นชัดแล้วว่ากระแสของ Digital Disrupt ทำให้บางอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก เห็นได้ชัดจากกลุ่มทีวีดิจิทัลที่ขาดทุนอย่างหนักจากการมาของสื่อออนไลน์ ส่วนอุตสาหกรรมอื่นๆ อาจจะยังไม่เห็นชัด แต่อนาคตจะเริ่มได้เห็นผลกระทบบ้างแน่นอน

ที่ผมพูดถึงการพัฒนานวัตกรรม ไม่ได้หมายความถึงเทคโนโลยีไอทีหรือซอฟท์แวร์เพียงอย่างเดียว แต่ภาคการผลิต การบริการ ก็ต้องหันมาพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อใช้ในการผลิตสินค้าใหม่หรือนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน เพราะการที่ตอนนี้ยังมีคนสั่งซื้อสินค้าหรือใช้บริการกับเรา ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นลูกค้าของเราตลอดไป โลกธุรกิจยุคนี้เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่คิด เราอาจจะสูญเสียลูกค้าไปอย่างไม่ทันรู้ตัวก็ได้

ผมเชื่อว่าหากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นรวมถึงบริษัทที่กำลังยื่นเข้าจดทะเบียน ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมจะทำให้หุ้นของบริษัทเหล่านี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติอย่างแน่นอน และจะทำให้ตลาดหุ้นไทยได้รับความสนใจในระยะยาว


กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง

Update : 05 กันยายน 2560

View : 473



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 14,765

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 226,834

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 67,104

3

คำนิยม ชีวประวัติ แจ็ค หม่า นักสู้ ผู้ยิ

Update : 05 เมษายน 2558

view : 26,133

top list

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,333

ประเทศไทยกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ..

Update : 27 กรกฎาคม 2560

view : 2,770

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 1,212


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย