commentaries / INSIGHTS

SMEs รากฐานการเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจยุค 4.0

หากเปรียบเปรยว่ารากฐานของตึกคืออิฐ รากฐานของเศรษฐกิจคงเปรียบเช่น “เอสเอ็มอี” จากตัวเลขของสำานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พบว่าปัจจุบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs มีจำนวนประมาณ 2.8 ล้านกิจการคิดเป็นร้อยละ 99.7 ของจำนวนวิสาหกิจทั่วประเทศ ก่อให้เกิดการจ้างงานจำนวน 10.5 ล้านคน

สำหรับรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มุ่งให้ความสำาคัญในการส่งเสริม SMEs โดยยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ และมอบหมาย สสว. เป็นหน่วยงานหลักในการประสานและบูรณาการงานส่งเสริม SMEs ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐรัฐวิสาหกิจ และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การส่งเสริม SMEs เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เกิดพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศตามเป้าหมายในยุค Thailand 4.0

ภายใต้แผนการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2560-2564) หรือแผนการส่งเสริม SMEs 4.0 จึงได้กำหนดเป้าหมายในระดับผลกระทบเชิงมหภาคให้ “สัดส่วนมูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมของ SMEs ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ เพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564” โดยพัฒนา SMEs ให้เป็นเครื่องมือสร้างความสามารถในการแข่งขันเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด (competitive growth) และการกระจายรายได้ลดความเหลื่อมล้ำ (inclusive growth) เป็นแรงขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางให้ได้ใน 10 ปี

ขณะเดียวกัน สสว. จัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 2560-2561 เพื่อขับเคลื่อนแนวคิดและแนวทางของแผนการส่งเสริมฯ ฉบับที่ 4 สู่การปฏิบัติ ในปี 2560 สสว. ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 1.26 พันล้านบาท เพื่อมุ่งพัฒนาและยกระดับความสามารถของ SMEs ให้เหมาะสมกับระยะการเติบโตของธุรกิจ (business life cycle) โดยกำหนดแผนงานในภาพรวม เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริม SMEs 4 แนวทางรวม 12 โครงการประกอบด้วย

แนวทางที่ 1 “สตาร์ทอัพ” การสร้างผู้ประกอบการใหม่เชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม งบประมาณ 149 ล้านบาทโดย สสว. ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ปี 2560 ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) มหาวิทยาลัยรวม 8 แห่งและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมให้การบ่มเพาะ Smart Farmer ที่เป็นคนรุ่นใหม่ให้เป็นนักธุรกิจการเกษตร 5,000 ราย และยังบ่มเพาะ SMEs ใหม่ในภาคการผลิต การค้า และบริการ อีก 5,000 ราย ปัจจุบันมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 6,560 ราย แบ่งเป็นภาคเกษตร 4,470 ราย ทั่วไป 2,090 ราย

แนวทางที่ 2 “Smart SMEs” การส่งเสริม SMEs กลุ่มทั่วไป (regular) ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว ให้มีศักยภาพและผลิตภาพมากขึ้น โดยมีงบประมาณ 531 ล้านบาท สำาหรับโครงการดังต่อไปนี้

1. โครงการส่งเสริมการจัดจำหน่ายผ่านอี-คอมเมิร์ซ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ให้มีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้นเชื่อมโยงการส่งเสริมการตลาดระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs กับกลุ่มผู้ให้บริการด้านตลาดออนไลน์ โดยในปี 2560 สสว. ตั้งเป้าหมายจะนำ SMEs จำนวน 65,000 ราย นำสินค้า/บริการ ไม่ต่ำกว่า 1 แสนผลิตภัณฑ์วางขายทางระบบออนไลน์

2. โครงการประกวดรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ หรือ “SMEs National Awards” เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการ SMEs ที่มีความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาลให้เป็นแบบอย่าง สร้างแรงบันดาลใจกับ SMEs รายอื่น

3. โครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) เป็นโครงการต่อเนื่องจากปี 2559 เพื่อพัฒนาSMEs ให้สามารถผลิตสินค้าและบริการอันเป็นที่ต้องการของตลาด

4. โครงการสนับสนุนเครือข่าย SMEs (Cluster) เพื่อรวมกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจในประเทศ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำให้เกิดความเข้มแข็ง โดยปี 2560 ได้ดำเนินการอาทิ เครือข่าย มะพร้าว ดำเนินการร่วมกับสถาบันอาหาร จำนวน 25 เครือข่ายส่งเสริม SMEs จำนวน 3,300 ราย

5. โครงการพัฒนา SMEs ที่ดำเนินกิจการอยู่แล้วให้สามารถขยายตัวต่อไปได้เต็มตามศักยภาพ (Strong and Regular SME) พัฒนาจุดแข็งและหาทางลดจุดอ่อนที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโต

แนวทางที่ 3 “Strong” การส่งเสริม SMEs ที่มีศักยภาพให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันสู่สากล ซึ่งมีงบประมาณ 53 ล้านบาท โดย สสว. ดำเนินโครงการพัฒนาช่องทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการ ปัจจุบัน SMEs จำนวน 361 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจเป็นจำนวน 10 ครั้ง ใน 9 ประเทศ

แนวทางที่ 4 “Ecosystem” การปรับปรุงระบบนิเวศที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจและส่งเสริม SMEs งบประมาณ 523 ล้านบาท จัดตั้งศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร (One-Stop Service Center: OSS) ซึ่งปัจจุบันศูนย์ OSS เปิดให้บริการแล้วรวม 46 ศูนย์ และมีแผนจะเปิดให้ครบ 77 จังหวัดภายในปี 2560

นอกจากนี้ สสว. ยังให้ความช่วยเหลือ SMEs ที่ประสบปัญหาทางธุรกิจ (turn around) ให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซึ่งมีวงเงินรวม 3 พันล้านบาท ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ SMEs และ Micro SMEs ได้รับ การอนุมัติสินเชื่อแล้ว 512 ราย วงเงิน 413 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้ระยะยาว 10 ปีแบบไม่ คิดดอกเบี้ย ที่ได้อนุมัติแล้วภายใต้โครงการเงินทุนพลิกฟื้นและฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดย่อม จำนวน 457 ราย เป็นวงเงินรวม 401.82 ล้านบาท เฉลี่ยรายละ 879,256.02 บาท

ล่าสุด สสว. ได้จัดสรรเงินจากกองทุนฟื้นฟูฯ จำนวน 500 ล้านบาทเพื่อดำเนินกิจกรรมสินเชื่อประชารัฐ เพื่อ Micro SMEs ซึ่งเป็นสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนกู้ยืมไม่เกิน 2 แสนบาท/ราย อัตราดอกเบี้ย 0% ระยะเวลาการกู้ 10 ปี แบบไม่ต้องมีหลักประกันทั้งนี้ ในปัจจุบันมีผู้สนใจยื่นขอสินเชื่อจำนวน 1,913 ราย คิดเป็นวงเงิน 382.60 ล้านบาท โดย สสว. ได้ปรับปรุงวิธีการปล่อยกู้ให้รวดเร็วขึ้นในลักษณะเดียวกันกับที่สถาบันการเงินใช้ในการให้สินเชื่อ credit card หรือ personal loan ด้วยเป้าหมายการอนุมัติเงินกู้ให้ได้ภายใน 7 วันทำการ นับตั้งแต่ผู้ประกอบการยื่นคำาขอกู้ และได้พยายามจัดขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินกู้ให้รวดเร็วที่สุดซึ่งในปัจจุบันสามารถอนุมัติเงินกู้ล็อตแรกได้แล้ว 55 ราย วงเงินรวม 11 ล้านบาท

การขับเคลื่อนนโยบายตามแนวทางประชารัฐของ สสว. ในวันนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกลไกในการส่งเสริม SMEs เพื่อเป็นรากฐานในการเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจไทยในยุค 4.0 ให้เติบโตได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน


สาลินี วังตาล
ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสำหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)


Admin System Web
Administrator

Update : 21 สิงหาคม 2560

View : 392



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 14,765

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 226,834

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 67,105

3

คำนิยม ชีวประวัติ แจ็ค หม่า นักสู้ ผู้ยิ

Update : 05 เมษายน 2558

view : 26,133

top list

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,334

ประเทศไทยกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ..

Update : 27 กรกฎาคม 2560

view : 2,770

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 1,212


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย