commentaries / THOUGHT LEADERS

“EEC ยกระดับเศรษฐกิจไทย”

ยุคแห่งการเผชิญความท้าทาย จากการเปลี่ยนผ่านสู่การยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของตนเองเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกับดักรายได้ปานกลาง โครงสร้างประชากรสูงอายุ ความผันผวนของเศรษฐกิจและการเมืองโลก รวมถึงการแข่งขันด้านการค้าการลงทุนกับต่างประเทศ

สำหรับเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลที่มุ่งยกระดับเศรษฐกิจของประเทศนั้น หนึ่งในโครงการที่มีความโดดเด่นคือ “การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก” หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งตะวันออกให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียนและเป็นเมืองที่น่าอยู่ อีกทั้งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ หรือ S-Curve โดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกใน 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา

จากศักยภาพทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัดหรือ Gross Province Product (GPP) ของระยองที่มูลค่า 9.83 แสนล้านบาท ชลบุรี 4.92 แสนล้านบาท และฉะเชิงเทราที่ 3.99 แสนล้านบาท ทั้งยังเป็นแหล่งรวมนิคมอุตสาหกรรม โรงกลั่นน้ำมันโรงผลิตไฟฟ้า และที่ตั้งท่าเรือขนส่งหลักของประเทศพร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมแบบครบวงจรตั้งแต่ทางอากาศ โดยเชื่อมโยงสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา และต่อยอดการใช้ประโยชน์จากสนามบินอู่ตะเภาในเชิงพาณิชย์ และเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและศูนย์ฝึกอบรมด้านอุตสาหกรรมการบิน ทางถนนมีการขยายมอเตอร์เวย์ทางเรือมีการขยายท่าเรือมาบตาพุดและแหลมฉบัง และพัฒนาท่าเรือจุกเสม็ดเพื่อการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน

นอกจากนี้ ทางรางมีการพัฒนารถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงกับ Southern Economic Corridor ไปยังกัมพูชาและเวียดนาม นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดการขยายนิคมอุตสาหกรรม รวมเป็น 29 แห่งซึ่งเป็นฐานการผลิตของโรงงาน 3,786 โรงงาน

จากศักยภาพดังกล่าว ภาครัฐจึงคาดหวังว่า EEC จะสามารถดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ และการลงทุนด้านการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย โดยจะมีความต้องการใช้พื้นที่เพื่อการลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายประมาณ 70,259 ไร่ภายในระยะเวลา 1-5 ปี ซึ่งการลงทุนมูลค่าสูงจะส่งผลให้ GDP ของประเทศเติบโตอย่างน้อยร้อยละ 5 ต่อปี การจ้างงานไม่น้อยกว่า100,000 อัตราต่อปี จำนวนนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น 10 ล้านคนต่อปี ลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้ 4 แสนล้านบาทต่อปี รวมถึงโครงสร้างโลจิสติกส์ที่ประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกมีผลบังคับใช้ จะทำให้มีการลงทุนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 แสนล้านบาท การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 4 แสนล้านบาท การลงทุนในด้านการพัฒนาเมืองใหม่ เช่น การก่อสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน และที่อยู่อาศัยประมาณ 4 แสนล้านบาท รวมถึงการลงทุนด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและสุขภาพประมาณ 2 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมได้ทำงานร่วมกันเชิงบูรณาการ ชักชวนนักลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve ให้มาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว โดยพาณิชย์ภาค หรือ “Mini MOC” จะต้องมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการเป็น “Business Solution Center” ให้นักลงทุน รวมถึงการให้คำปรึกษา แบบ one-stop service และการอำนวยความสะดวกทางการค้าต่างๆ เช่น การขออนุญาตนำเข้า-ส่งออก กฎระเบียบ สิทธิพิเศษทางการค้า และการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น

กระทรวงพาณิชย์ยังมีบทบาทในการพัฒนาภาคบริการ โดยเฉพาะการส่งเสริมธุรกิจบริการที่เป็น service lead product เช่น โลจิสติกส์บริการด้านสุขภาพ และธุรกิจเกี่ยวกับดิจิทัล ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม S-Curve ที่จะลงทุนใน EEC โดยกระทรวงฯ ได้ดำเนินการพัฒนาผู้ประกอบการโลจิสติกส์เพื่อใช้ประโยชน์จากการขยายตัวของการขนส่งบริเวณภาคตะวันออก ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการใช้นวัตกรรมและส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากนักลงทุน

นอกจากนี้ ในด้านอุตสาหกรรมเกษตร กระทรวงฯ ยังเป็นคนกลางในการรวบรวมข้อมูลดีมานด์และซัพพลายผลิตผลทางการเกษตร เพื่อรองรับการผลิตอาหารแปรรูปและพลังงานทดแทนใน EEC และการประสานงานกับสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงฯ ที่ตั้งอยู่ตามประเทศต่างๆ เพื่อรองรับการเชื่อมโยงจาก EEC


อภิรดี ตันตราภรณ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์


คลิกอ่าน บทความทางด้านธุรกิจเพิ่มเติม ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ มิถุนายน 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 17 กรกฎาคม 2560

View : 2,777




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 2,370

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 238,043

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 70,941

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 40,202


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group