commentaries / CONTRIBUTOR

ไทยมีศักยภาพดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมากกว่าสิงคโปร์

ช่วงนี้หลายคนอาจมองว่าเศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายไม่ค่อยได้ แต่แท้จริงแล้วเงินไม่ได้หายไปไหนยังวนเวียนอยู่ในประเทศและเป็นจำนวนมาก ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่าปัจจุบันประเทศไทยมี เงินรับฝากประเภทออมทรัพย์  6,400,744,000,000 ( หกล้านสี่แสนล้านบาท ) ธนบัตรที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ  1,528,340,000,000 ( หนึ่งล้านห้าแสนล้านบาท ) เงินรับฝากประเภทประจำก็มีสูงถึง 4,292,745,000,000 ( สี่ล้านสองแสนล้านบาท ) เห็นได้ว่าสภาพคล่องในประเทศยังมีจำนวนมาก แต่ยังไม่ถูกนำออกมาใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจริง  เพราะไม่รู้ว่าจะนำเงินไปลงที่ไหน

ในแง่การลงทุน ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยที่ต่ำติดดิน คนไทยส่วนหนึ่งจึงติดกับดักผลตอบแทนปลอม (Fake Yield) ที่ถูกโฆษณาชวนเชื่อตามสื่อออนไลน์ชักจูงให้เข้าไปลงทุนโดยหวังผลตอบแทนที่สูง แต่สุดท้ายเป็นเพียงแค่แชร์ลูกโซ่ สาเหตุที่คนกลุ่มนี้สามารถชักจูงผู้คนได้ก็เพราะตัวเลขผลตอบแทนที่สูงซึ่งหาได้ยากในยุคนี้ ส่วนภาคเศรษฐกิจจริง ต้องการการลงทุนโครงการใหญ่จากภาครัฐ ต่อด้วยภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนต่อ ก็จะเกิดการบริโภคตามมา เศรษฐกิจก็จะสามารถฟื้นตัวได้

ในมุมมองของผม การนำบริษัทเอสเอ็มอีหรือขนาดกลางเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทางหนึ่ง เพราะใน Eco System ของการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ล้วนแต่เป็นผลบวกต่อทั้งภาคเศรษฐกิจจริงและภาคการลงทุนในตลาดหุ้น

ข้อมูลที่สำคัญข้อหนึ่งจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่า ปัจจุบัน 66% ของบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ใน SET และ Mai มูลค่าตลาดรวมกว่า 1.7 ล้านล้านบาท เป็นธุรกิจครอบครัว ซึ่งถือว่ามีสัดส่วนค่อนข้างสูง แต่ยังมีธุรกิจครอบครัวอีกจำนวนมากที่ยังไม่นำธุรกิจเข้ามาจดทะเบียน จากประสบการณ์ของผมที่ได้สัมผัสมาพบว่าธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจกลไกของตลาดทุน เช่นกังวลว่าจะเสียอำนาจการบริหาร ไม่อยากเสียภาษีเต็มจำนวน ฯลฯ ตรงจุดนี้ ผมมองว่าเราสามารถแก้ไขได้โดยการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องกับเจ้าของกิจการ และช่วยเป็นที่ปรึกษาให้กับพวกเขาได้เข้าสู่ Eco System ของตลาดทุนให้ได้

ลองคิดดูว่าถ้าเรานำธุรกิจที่มีศักยภาพทั้งในด้านงบการเงินและการขยายตลาดเข้ามาในตลาดทุน เราจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ที่ชัดเจนคือนักลงทุนจะได้ซื้อหุ้นที่มีคุณภาพ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะได้สินค้าดีๆ มาให้เลือกลงทุน ต่างชาติจะหันมาสนใจบริษัทในประเทศไทย ซึ่งผมจะเล่าถึงมุมมองของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยในครั้งต่อไป

เศรษฐกิจภาพรวม ประเทศไทยจะสามารถเก็บภาษี Corporate Tax นำมาใช้พัฒนาประเทศได้อีกมาก และจะเกิดการลงทุนของภาคเอกชนอีกมหาศาล ส่วนผู้ประกอบการเอง ก็จะได้แหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำมาใช้ขยายธุรกิจ รวมถึงวิศวกรรมทางการเงินอื่นๆมาใช้ Leverage กิจการ เช่น การเพิ่มทุน การออกหุ้นกู้ การตั้งกองทุน Reits,กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ

เมื่อเห็นแล้วว่าการนำกิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นมีแต่ผลดี ผมจึงได้จัดตั้ง โครงการ Super Corporations ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานระหว่างบริษัทเอกชนที่มีคุณภาพกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด อย่างเช่น บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย บริษัทตรวจสอบบัญชี และเจ้าของบริษัทมหาชนที่จะมาเป็นพี่เลี้ยง จุดประสงค์หลักคือการปั้นบริษัทดีๆ เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอเป็นหลัก เพราะเป็นแหล่งระดมทุนอย่างเป็นทางการของบริษัทขนาดกลางและเอสเอ็มอีที่ขนาดธุรกิจยังไม่ใหญ่มาก

โครงการนี้อาจเป็นแหล่งระดมทุนให้กับกิจการที่มีศักยภาพโดยนักลงทุนและกองทุนระดับประเทศและต่างชาติพร้อมจะใส่เงินให้ถ้ากิจการของคุณเป็นของจริง หรืออย่างน้อยก็มารับความรู้ไปก่อนว่าการเข้าตลาดหุ้นดีอย่างไร ช่วยหนุนกิจการของตัวเองได้อย่างไร

ประเทศไทยเรา พึ่งพาตลาดเงินหรือสินเชื่อธนาคารในการขยายธุรกิจค่อนข้างมาก สมควรที่จะพัฒนาตลาดทุนโดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนาดกลางและเอสเอ็มอีให้มากกว่านี้ รับรองได้ว่าทุกภาคส่วนตั้งแต่นักลงทุน เจ้าของธุรกิจ ตลาดทุนและเศรษฐกิจของประเทศจะได้ประโยชน์แน่นอน ด้วยสภาพคล่องในระบบที่มีค่อนข้างมาก

หากเรานำบริษัทขนาดกลางและเอสเอ็มอีเข้ามาสู่ Eco System ของตลาดทุนได้มากกว่านี้ ประเทศไทยจะมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนของต่างชาติได้มากกว่าสิงคโปร์อย่างแน่นอน เพราะเขาเป็นเพียง Hub ด้านการเงินและการค้า แต่สภาพคล่องในระบบการเงินและศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจจริงไม่น่าจะสู้เราได้ ขอเพียงพัฒนาให้ตรงจุด ประเทศเราไปได้ไกลแน่นอน


กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง

Update : 07 กรกฎาคม 2560

View : 3,511



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,252

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 227,956

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 67,851

3

คำนิยม ชีวประวัติ แจ็ค หม่า นักสู้ ผู้ยิ

Update : 05 เมษายน 2558

view : 27,556

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 945

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,308

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,680


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย