commentaries / INSIGHTS

โอกาสและความท้าทายบนเวทีการค้าโลก

สถานการณ์ธุรกิจทั่วโลกในช่วงปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความท้าทายจากหลากหลายปัจจัยที่ฉุดรั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว อังกฤษตัดสินใจออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) และผลการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกาที่สะเทือนไปทั่วโลก กอปรกับราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำ กระทั่ง Oxford Economics ยังประเมินว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2559 ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.3 ถือเป็นการขยายตัวที่ต่ำสุดในรอบ 7 ปีตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความไม่แน่นอนดังที่กล่าวมานี้ จะยังคงส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในปี 2560 ทำให้นักลงทุนเกิดความลังเลและเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ดังเช่น มูลค่าของการควบรวมกิจการ (M&A) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดแนวโน้มการลงทุนในอนาคต ได้ลดลงจาก 2.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2559 มาอยู่ที่ราว 2.5 ล้านล้านเหรียญ ในปี 2560

อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจและการเงินโลกเริ่มมีเสถียรภาพ และภาคเอกชนมีสถานภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงปัญหาทางการเมืองเริ่มลดลง มูลค่าการควบรวมกิจการน่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านล้านเหรียญในปี 2561


เหตุการณ์ Brexit-อังกฤษลาออกจากสมาชิกสหภาพยุโรป (Photo Credit: EPA/Independent)


ขณะเดียวกันจำนวนของ บริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเป็นอีกหนึ่งตัวเลขที่สะท้อนถึงแนวโน้มและภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมูลค่าของการเสนอขายหุ้น IPO ซึ่งคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจาก 1.31 แสนล้านเหรียญในปี 2559 เป็น 1.68 แสนล้านเหรียญในปี 2560 โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการแสวงหาเงินทุนด้วยการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

หากพิจารณาตามประเภทของอุตสาหกรรม กลุ่มเทคโนโลยีถือเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างมูลค่าด้านการควบรวมกิจการที่ครองตำแหน่งสูงสุดมาตั้งแต่ปี 2543 ตามมาด้วยด้าน healthcare โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและยา ในขณะที่อุตสาหกรรมพลังงานจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในปีนี้

 

เอเชียแปซิฟิก - ตลาดที่แข็งแกร่งที่สุด

หากแบ่งการเติบโตตามภูมิภาคโลก ทวีปอเมริกาเหนือยังคงอยู่ในอันดับหนึ่งด้านธุรกรรมการควบรวมกิจการ โดยมีสัดส่วนราวร้อยละ 50 ของมูลค่าการควบรวมกิจการทั่วโลก อย่างไรก็ตาม มูลค่าดังกล่าวอาจไม่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในปี 2560 เนื่องจากความไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากนโยบายด้านการค้าการลงทุนของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีคนใหม่

สำหรับทวีปยุโรป กรณี Brexit ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้มูลค่าการควบรวมกิจการดิ่งลงจาก 7.36 แสนล้านเหรียญในปี 2558 เหลือเพียง 3.19 แสนล้านเหรียญเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมดังกล่าวในยุโรป (ไม่รวมอังกฤษ) น่าจะปรับตัวดีขึ้นในปีนี้ ขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศอังกฤษในปี 2560 น่าจะอ่อนตัวลง โดยความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทในอังกฤษกับภาคเอกชนในยุโรปยังคงมีความไม่แน่นอน และจะทำให้การควบรวมกิจการในอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจการเงินและภาคอุตสาหกรรม ยังคงมีความเสี่ยง

ด้านทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลางยังคงต้องเผชิญปัญหาจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำ โดยจะทำให้การควบรวมกิจการชะลอตัวต่อเนื่องในปี 2560 เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา ซึ่งยังคงได้รับผลกระทบอย่างมากจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ตกต่ำ และสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย รวมทั้งปัญหาทางการเมืองในบราซิล


ทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลางยังคงเผชิญปัญหาจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำ (Photo Credit: oilprice.com)


แม้การควบรวมกิจการในเอเชียแปซิฟิกจะมีการประมาณการตัวเลขที่ลดลงจาก 6.8 แสนล้านเหรียญในปีก่อนหน้า เป็น 5.66 แสนล้านเหรียญในปีปัจจุบัน เนื่องจากได้รับผลกระทบการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และความกังวลต่อนโยบายทางการค้าของประธานาธิบดีคนใหม่และปัจจัยด้านนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ตลาดเอเชียแปซิฟิกยังคงมีจุดแข็งในหลายด้าน เช่น ต้นทุนแรงงาน ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ลักษณะเด่นด้านประชากรศาสตร์ (demographics) และการเป็นฐานการผลิต ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการขยายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการ โดยคาดว่ามูลค่าการควบรวมกิจการจะขยายตัวเป็น 6.76 แสนล้านเหรียญในปี 2561 และเพิ่มขึ้นเป็น 7.27 แสนล้านเหรียญ ในปี 2562

ถ้าพิจารณาจากภาพรวมดังที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า โลกธุรกิจมีความซับซ้อนและได้รับผลกระทบจากปัจจัยแวดล้อม รวมทั้งต้องเผชิญกับความท้าทายทำให้การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป

 

Disruption Technology - สร้างความท้าทายใหม่ต่อธุรกิจโลก


(Photo Credit: mckinsey.com)


จากรายงานผลสำรวจล่าสุด “Asia Pacific Business Complexities Survey 2017” โดย Baker Mckenzie และ Mergermarket สำรวจผู้บริหารบริษัทชั้นนำที่มีสำนักงานอยู่ในเอเชียแปซิฟิกจำนวน 150 คน ระบุว่า ความซับซ้อนอันดับแรกที่บริษัททั่วทั้งภูมิภาคต่างตระหนัก คือ ความต้องการที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ตามด้วยความกดดันด้านต้นทุนการดำเนินงานและกำไรขั้นต่ำที่ลดลง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของคู่แข่งขันในตลาด

โดยผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 84 ระบุว่า “disruption technology” จะเข้ามาสร้างความท้าทายให้กับธุรกิจของพวกเขาภายในเวลาเพียง 2 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มสถาบันการเงินและธุรกิจที่เกี่ยวกับผู้บริโภคและค้าปลีก

ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยภายนอก ทั้งการแยกตัวออกมาจากสหภาพยุโรปของอังกฤษและรัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ รวมถึงกระแส ฟินเทค ที่ประเทศไทยกำลังให้ความสนใจอาจจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาพลิกโฉมธุรกิจในวงกว้างด้วย โดยเฉพาะการมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ


Omise หนึ่งในฟินเทคจากฝีมือสตาร์ทอัพไทยที่น่าจับตามอง


ขณะเดียวกันแนวโน้มการควบรวมกิจการในปี 2560 ยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อนในภาคการผลิต ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจอาหาร รวมทั้งธุรกิจการเงินและการประกันภัย โดยดีลใหญ่ๆ มาจากธุรกิจไทยที่ขยายกิจการไปยังประเทศต่างๆ ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย ทว่าการควบรวมกิจการในไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 0.2 ของกิจกรรม M&A ทั่วโลก

แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าธุรกิจของประเทศไทย ยังมีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ทุกองค์กรต้องตระหนักและมุ่งให้ความสำคัญไปยังความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่จะมาพลิกโฉมธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าโภคภัณฑ์ ธุรกิจค้าปลีก อุตสาหกรรมการผลิต การดูแลสุขภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่จะพบกับความซับซ้อนและท้าทายมากกว่าปัจจัยเสี่ยงด้านความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ Brexit และนโยบายบริหารประเทศของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งกลายเป็นประเด็นรอง เนื่องจากเป็นปัจจัยที่จะส่งผลในระยะสั้นเท่านั้น

 


Paul Rawlinson
Global Chair of Baker McKenzie


Admin System Web
Administrator

Update : 02 กรกฎาคม 2560

View : 584



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 14,765

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 226,834

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 67,105

3

คำนิยม ชีวประวัติ แจ็ค หม่า นักสู้ ผู้ยิ

Update : 05 เมษายน 2558

view : 26,133

top list

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,334

ประเทศไทยกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ..

Update : 27 กรกฎาคม 2560

view : 2,770

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 1,212


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย