commentaries / THOUGHT LEADERS

ปฏิรูประบบสวัสดิการ สู่รากฐานสังคมผู้สูงอายุ

ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของประชากรไทยในปัจจุบันนั้น ได้ก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ (ageing society) อย่างต่อเนื่อง โดยมีคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือมีจำนวนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดภายในปี 2564 ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ทั้งงบประมาณและมาตรการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในระยะอันใกล้

สำหรับในปีงบประมาณ 2560 รัฐบาลได้จัดสรรงบรายจ่ายเพื่อจัดสวัสดิการการดูแลผู้สูงอายุและการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุด้านต่างๆ เช่น รายจ่ายด้านหลักประกันรายได้ยามชราภาพ ประกอบด้วย เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ บำเหน็จบำนาญข้าราชการ และเงินสมทบเข้ากองทุนการออมเพื่อการเกษียณต่างๆ ได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และกองทุนการออมแห่งชาติเป็นจำนวนเงิน 3.26 แสนล้านบาท หรือร้อยละ 2 ของ GDP หรือร้อยละ 12 ของงบประมาณรายจ่าย

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายตามแผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุอีกจำนวน 1.04 พันล้านบาท ด้วยการพัฒนาระบบการจัดสวัสดิการสังคม การส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลผู้สูงอายุ การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว การพัฒนาระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองทางสังคม รวมถึงการปรับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตในสังคมผู้สูงอายุ เป็นต้น


(ขอบคุณภาพจาก: โพสต์ทูเดย์)


นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุ เพื่อให้มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในวัยหลังเกษียณ ตลอดจนเป็นการบรรเทาภาระงบประมาณในการจัดสวัสดิการต่างๆ เพื่อดูแลผู้สูงอายุของภาครัฐในระยะยาว โดยเฉพาะด้านหลักประกันรายได้ยามชราภาพ

ดังนั้น ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 ได้มีมติเห็นชอบมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ประกอบด้วย

 

1.มาตรการบูรณาการระบบบำเหน็จบำนาญ โดยเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ซึ่งจะทำให้การใช้จ่ายงบประมาณด้านหลักประกันรายได้ยามชราภาพของรัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังยังเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ซึ่งเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับสำหรับแรงงานในระบบที่มีอายุตั้งแต่ 15 - 60 ปี ครอบคลุมแรงงานประมาณ 11.37 ล้านคน ด้วยเป้าหมายให้แรงงานในระบบมีรายได้หลังเกษียณที่เพียงพอหรือไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของรายได้ก่อนเกษียณ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ประชากรในวัยแรงงานมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อตนเองมากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสู่วัยชราในอนาคต ซึ่งจะเป็นการบรรเทาภาระงบประมาณด้านหลักประกันรายได้ยามชราภาพของรัฐในระยะยาว

2.มาตรการจ้างงานผู้สูงอายุ เป็นมาตรการทางด้านภาษีเพื่อจูงใจให้นายจ้างมีการจ้างแรงงานผู้สูงอายุที่ยังมีสุขภาพแข็งแรง และยังต้องการทำงานให้มีโอกาสได้ทำงานต่อเพื่อสร้างรายได้ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้

3.มาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (reverse mortgage) เพื่อให้ผู้สูงอายุนำที่อยู่อาศัยที่ตนมีกรรมสิทธิ์และปลอดภาระหนี้มาเปลี่ยนเป็นรายได้ในการดำรงชีพ

4.มาตรการสร้างที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (senior complex)

 

สำหรับมาตรการอื่นๆ ได้แก่ มาตรการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยผ่านโครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจากข้อมูลการลงทะเบียนในรอบแรกเมื่อปี 2559 ประมาณ 2.358 ล้านคน จากจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการและเป็นผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือด้านสวัสดิการแห่งรัฐทั้งหมด 7.715 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม นอกจากมาตรการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุข้างต้น รัฐบาลยังได้ร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคม โดยมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุด้านต่างๆ ทั้งการส่งเสริมด้านรายได้และการทำงาน ด้านการออมเพื่อการเกษียณอายุตลอดจนด้านที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมของผู้สูงอายุ ภายใต้กลไกของคณะทำงานประชารัฐเพื่อสังคม

ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะนำไปสู่การเสนอมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุแบบบูรณาการที่ได้รับการขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีความมั่นคง ยั่งยืน และพร้อมที่จะเผชิญกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะต่อไปโดยไม่เป็นภาระทางการคลังของภาครัฐและประเทศในระยะยาว

 


สมชัย สัจจพงษ์
ปลัดกระทรวงการคลัง


Admin System Web
Administrator

Update : 19 มิถุนายน 2560

View : 1,021




vdo

การแถลงข่าวจัดการประชุมกรอบความร่วมมือเอเชียภาคธุรกิจ” (ACD ..

Update : 14 ธันวาคม 2560

View : 3,325

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 228,401

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 68,127

3

คำนิยม ชีวประวัติ แจ็ค หม่า นักสู้ ผู้ยิ

Update : 05 เมษายน 2558

view : 27,896

top list

ดุลบัญชีเดินสะพัดไม่ได้ตัดสินทิศทางค่าเงินบาทเสมอไ..

Update : 15 ธันวาคม 2560

view : 109

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 1,208

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,406


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย