commentaries / INVESTMENT OUTLOOK

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อราคาน้ำมัน

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากชาติอาหรับหลายประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน อียิปต์ ลิเบีย เยเมน และมัลดีฟส์ ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ โดยอ้างว่ากาตาร์ให้การสนับสนุน "ลัทธิก่อการร้าย" และเริ่มใช้มาตรการกดดันด้วยการคว่ำบาตรในหลายด้าน เช่น การเดินทางทางอากาศ ด้วยการยกเลิกเที่ยวบินเข้า-ออกจากกาตาร์  พร้อมประกาศปิดน่านฟ้าไม่ให้สายการบินกาตาร์ผ่าน รวมถึงการปิดท่าเรือไม่ให้เรือขนส่งสินค้าสัญชาติกาตาร์เข้าเทียบท่า นอกจากนี้ อิหร่านยังประสบเหตุก่อการร้ายกลางกรุงเตหะรานครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี และทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ชี้ว่าหลายประเทศในตะวันออกกลางอาจมีท่าทีที่จะเผชิญหน้ามากขึ้น

กาตาร์เป็นผู้ผลิตก๊าซธธรรมชาติ (LNG) รายใหญ่ที่สุดของโลก ในขณะที่อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบขนาดใหญ่อันดับ 3 ของ OPEC รองจากซาอุฯ และอิรัก แม้เหตุการณ์ข้างต้นจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตและส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากทั้งสองประเทศ แต่อุณหภูมิทางการเมืองที่ร้อนระอุขึ้นในตะวันออกกลางย่อมมีนัยต่อราคาพลังงานโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นักวิเคราะห์บางกลุ่มมองความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยลบต่อราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากกังวลว่าความไม่ลงรอยกันของสมาชิกกลุ่ม OPEC ที่กาตาร์และอิหร่านก็ร่วมเป็นสมาชิกอยู่ด้วยนั้น จะนำไปสู่การละเมิดข้อตกลงลดปริมาณการผลิตของกลุ่ม OPEC ซึ่งเพิ่งตกลงกันไปเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา เราประเมินว่าประเด็นความกังวลนี้มีน้ำหนักค่อนข้างน้อย เนื่องจากกาตาร์เป็นผู้ผลิตน้ำมันขนาดเล็ก ซึ่งผลิตน้ำมันเพียง 6 แสนบาร์เรลต่อวัน (เทียบกับการผลิตรวมของกลุ่ม OPEC ที่ 32 ล้านบาร์เรลต่อวัน) และตกลงลดปริมาณการผลิตเพียง 3 หมื่นบาร์เรลต่อวัน ดังนั้น ถึงแม้กาตาร์จะกลับมาผลิตน้ำมันดิบเต็มกำลังก็จะทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนด้านอิหร่านแม้จะเป็นผู้ผลิตขนาดใหญ่อันดับ 3 ของ OPEC (3.85 ล้านบาร์เรลต่อวัน รองจากซาอุฯ และอิรัก) แต่ได้รับยกเว้นจากข้อตกลงเนื่องจากเพิ่งฟื้นตัวจากการคว่ำบาตรและผลิตน้ำมันเต็มกำลังอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะเพิ่มปริมาณการผลิตได้ในช่วงนี้

ในทางกลับกัน ความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียถ้ายกระดับขึ้นจนมีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การใช้กำลังทหาร ก็อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซซึ่งตั้งระหว่างชายแดนโอมานและอิหร่าน เป็นช่องทางการขนส่งน้ำมันดิบที่สำคัญ โดยมีเรือขนส่งน้ำมันดิบราว 17 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือราว 1 ใน 5 ของการบริโภคน้ำมันดิบของโลก ต้องเดินทางผ่านช่องแคบนี้

โดยสรุปความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางจนถึงปัจจุบันยังไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบในตลาดโลก แต่หากความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นจนกระทบต่อเส้นทางเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย ก็อาจเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว


คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)

Update : 15 มิถุนายน 2560

View : 707



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 14,668

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 226,779

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 67,078

3

คำนิยม ชีวประวัติ แจ็ค หม่า นักสู้ ผู้ยิ

Update : 05 เมษายน 2558

view : 26,071

top list

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,277

ประเทศไทยกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ..

Update : 27 กรกฎาคม 2560

view : 2,755

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 1,204


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย