commentaries / THOUGHT LEADERS

ฤาจะเกิดสงครามกลางเมืองครั้งที่ 2 เมื่อ California เกิดกระแสแยกประเทศ

แนวคิดแยกตัวเป็นอิสระจากประเทศสหรัฐอเมริกาของรัฐ California หรือที่เรียกกันว่า Calexit กำลังอยู่ในกระแสร้อนแรง

ผลสำรวจหนึ่งชี้ว่าประชาชนที่นิยมพรรคเดโมแครต 32% พร้อมลงประชามติเห็นด้วยกับการแยกประเทศ ขณะนี้มีการล่ารายชื่อเพื่อขอจัดประชามติลงคะแนนเสียงเพื่อหาคำตอบว่าจะมีการแยกตัวออกจากสหรัฐอเมริกาหรือไม่ โดยผู้สนับสนุนการแยกประเทศกลุ่มหนึ่งได้รับเงินทุนจาก Vladimir Putin ประธานาธิบดีของรัสเซีย

แนวคิดนี้สร้างความสั่นสะเทือนต่อความเป็นไปของประเทศสหรัฐอเมริกาต่างจากการรวมตัวกันของสหภาพยุโรป ตั้งแต่ก้าวแรกของการรวมตัวก่อตั้งประเทศสหรัฐฯ มุ่งหมายที่จะรักษาความเป็นปึกแผ่นให้คงอยู่ตลอดไป ชาวอเมริกันในปัจจุบันน่าจะยังจดจำได้ดีถึงเหตุการณ์สงครามกลางเมืองปี 1861 ซึ่งมีชนวนจาก 11 รัฐฝ่ายใต้ที่มีความคิดขัดแย้งอย่างรุนแรง ประเด็นดังกล่าวสะท้อนถึงปัญหาตึงเครียดด้านการเมืองของสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน (ที่จริงแล้วประเทศทั่วโลกดูเหมือนกำลังแตกแยกออกเป็นเสี่ยงเช่นกันโดยเฉพาะประเทศแถบยุโรป)

ในขณะเดียวกัน Jerry Brown ผู้ว่าการรัฐฯ ประกาศกร้าวว่าจะงดจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลกลาง หากรัฐบาล Trump ยืนกรานดำเนินนโยบายตัดงบประมาณสำหรับเมืองที่ “เปิดรับผู้อพยพ” เพราะ California มีจุดยืนชัดเจนว่าเป็นรัฐที่เปิดกว้างต่อผู้อพยพ


Jerry Brown ผู้ว่าการรัฐ California


ถึงแม้ว่าการแยกตัวเป็นอิสระยังไม่แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้น แต่ปัจจุบันรัฐ California พร้อมลุกขึ้นเดินตามแนวคิดของตนเองทุกเมื่อ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐ California ภาคภูมิใจในการเป็นผู้นำชั้นแนวหน้าทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมสมัยนิยม

ชาวอเมริกันหลายล้านคนมองว่า California เป็นเมืองแห่งโอกาสและย้ายถิ่นฐานมายังรัฐแห่งนี้เพราะเป็นเมืองที่มีบรรยากาศสวยงาม อากาศดี เศรษฐกิจเติบโตสูง และเอื้อต่อรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย เป็นถิ่นของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เทคโนโลยีอันก้าวล้ำ ภาคการผลิต การขนส่งอากาศยานและการบิน น้ำมัน เกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ และมีที่อยู่อาศัยจำนวนมากในราคาเข้าถึงได้


อุตสาหกรรมภาพยนตร์ใน California (Photo Credit: scpr.org)


ทว่า เมื่อไม่นานมานี้ California พัฒนาถอยหลังด้วยนโยบายจัดเก็บภาษีและการบัญญัติข้อกำหนดกฎหมาย ซ้ำรอยแนวทางปฏิบัติที่ผิดพลาดของประเทศแถบยุโรปซึ่งเผชิญกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจซบเซา เจ้าหน้าที่ของ Sacramento เมืองหลวงแห่ง California เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายและมาตรการต่างๆ ที่ไร้เหตุผลและทำให้ต้นทุนการประกอบธุรกิจสูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจขนาดเล็ก เช่น การกำหนดให้พนักงานมีช่วงเวลาพักหากทำงานติดต่อกันเป็นเวลา 4 ชั่วโมง กฎหมายค่าแรงขั้นต่ำที่ไม่รับกับความเป็นจริง ข้อกำหนดหรือกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมล้วนแต่มีความสุดโต่งอย่างไม่สนใจเหตุผลรองรับทางวิทยาศาสตร์หรือแนวทางการนำไปปฏิบัติจริง ซึ่งกฎหมายข้อบังคับเหล่านี้ทำลายภาคเกษตรกรรม

กฎหมายข้อบังคับต่างๆ เปลี่ยน California จากสวรรค์ของคนทำงานให้กลายเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแสนแพง ระบบการศึกษาที่เคยติดอันดับแถวหน้าของประเทศกลับถอยหลังเข้าคลองในปัจจุบัน เงินได้พึงประเมินที่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษีตามกำหนดของ California อยู่ในระดับต่ำซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชนชั้นคนทำงาน บุคคลที่มีรายได้ 41,000 เหรียญต่อปีซึ่งถือว่าไม่ได้มากมายต้องเสียภาษีในฐานที่สูงกว่าเหล่าคนรวยในรัฐอื่นๆ ที่มีการจัดเก็บภาษีรายได้บุคคลธรรมดา

จากที่เคยเป็นรัฐที่มีอัตราภาษีเงินได้สูงสุดในประเทศโดยอยู่ที่ 13.3% ในปี 2016 กลับมีร่างกฎหมายการจัดเก็บภาษี 3 ฉบับที่ผ่านการเห็นชอบและมีผลบังคับใช้ ไม่น่าแปลกใจที่เหล่าบริษัทต่างๆ เช่น Nestlé USA, Toyota, Northrop Grumman และบริษัทแม่ของ Carl’s Jr. ได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังรัฐที่เป็นมิตรต่อการทำธุรกิจมากกว่า


Silicon Valley เมืองศูนย์กลางเทคโนโลยีที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจรัฐ California ไม่ให้ดิ่งลง (Photo Credit: David McNew / Newsmaker)


นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รัฐ California ประสบปัญหาการอพยพย้ายออกและจำนวนประชากรชนชั้นกลางหดตัวลง เมืองศูนย์กลางเทคโนโลยีอย่าง Silicon Valley และแหล่งอุตสาหกรรมอื่นๆ พยุงให้เศรษฐกิจของ California มีอัตราเติบโตขึ้นเล็กน้อย ทว่า สิ่งนี้แค่ช่วยประวิงสถานการณ์ในทิศทางขาลงเนื่องด้วยระบบภาษีที่ไร้เหตุผล การกำกับดูแลด้านกฎหมายที่บางครั้งดูไร้ประโยชน์และระบบการเมืองที่ไร้ประสิทธิภาพ

ยังดีที่อย่างน้อยตอนนี้ยังไม่สามารถแยกเป็นอิสระจากสหรัฐฯ เพราะการทำเช่นนั้นจะส่งผลให้ประชากรของรัฐต้องแบกรับภาระหนักและหนีไม่พ้นวิกฤตเดียวกับกรีซในแบบฉบับอเมริกาเหนือ จนบางคนกล่าวว่าแทนที่จะเรียกร้องขอแยกประเทศ California น่าจะแบ่งรัฐใหม่ออกเป็น 2-3 รัฐ ซึ่งดูทีท่าแล้วก็ไม่น่าจะประสบความสำเร็จ

 


Steve Forbes
ประธานกรรมการและบรรณาธิการนิตยสาร Forbes


Admin System Web
Administrator

Update : 05 มิถุนายน 2560

View : 1,192



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,252

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 227,956

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 67,851

3

คำนิยม ชีวประวัติ แจ็ค หม่า นักสู้ ผู้ยิ

Update : 05 เมษายน 2558

view : 27,556

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 945

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,308

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,680


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย