commentaries / THOUGHT LEADERS

ทางเลือกทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยตัวเลขที่หน่วยงานเศรษฐกิจหลายสำนักคาดการณ์ไว้มากกว่า 3% (แบงก์ชาติ 3.2% และสถาบันการเงินเอกชน 3.4%) ซึ่งแม้จะเติบโตในสัดส่วนน้อยลงเมื่อเทียบกับสมัยอดีตหรือที่เรียกว่า New Normal ก็ไม่ได้ทำให้ความต้องการกำาลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศลดลงแต่อย่างใด ดังนั้นยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางพลังงานจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและมองข้ามไม่ได้โดยปัจจุบันนี้ พื้นที่ที่มีความต้องการโรงไฟฟ้ามากที่สุดและเหมาะต่อการสร้างโรงไฟฟ้ามากที่สุดคือ “ภาคใต้”

ปัญหาคือโรงไฟฟ้าทุกชนิดมีผลกระทบไม่มากก็น้อยต่อสิ่งแวดล้อมเสมอและเมื่อเรามียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าชายฝั่งทะเลภาคใต้ควรเป็นแหล่งรายได้การท่องเที่ยวอย่างถาวรจากสถิติปี 2559 ไทยมีนักท่องเที่ยวรวม 32 ล้านคนโดยกว่า 10 ล้านคนเดินทางมาเที่ยวภาคใต้ เราจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าเราจะแก้ปัญหาแหล่งผลิตไฟฟ้าอย่างไรโดยไม่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมและไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน

ผู้กำหนดและผู้รับผิดชอบนโยบายเรื่องนี้ คือ กระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตตามลำดับซึ่งทั้งสองหน่วยงานมีความตั้งใจที่ดีที่จะตอบโจทย์นี้ โดยยึดหลักสำาคัญคือ การกระจายความเสี่ยงของแหล่งเชื้อเพลิง ด้วยการลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยและเมียนมาแต่อย่างไรก็ดี “คำตอบ” ของทั้งสององค์กรซึ่งไม่ใช่คำตอบสำาหรับผมก็คือ “ถ่านหิน”

เหตุผลก็คือ “ถ่านหิน” เป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่สร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดเริ่มตั้งแต่การก่อสร้างตัวโรงไฟฟ้ารวมไปถึงการก่อสร้างระบบรองรับการขนส่งลำเลียงถ่านหินที่จำเป็นต้องนำเข้าทางเรือจากต่างประเทศ ทั้งหมดนี้นอกจากจะส่งผลต่อสภาพแวดล้อมแล้ว มลพิษจากการเผาถ่านหินก็ยังเป็นปัญหาอยู่อีกมาก ถึงแม้จะมีการอ้างถึงเทคโนโลยีที่ในวงการเรียกกันว่า “ถ่านหินสะอาด” ก็ตาม

หากอยู่ในยุคที่ไม่มีทางเลือก เรายังพอเข้าใจได้ว่าทำาไมจึงต้องยอมให้มีโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ในวันนี้นอกจากจะมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าแล้ว ในอนาคตทางเลือกก็จะมีเพิ่มขึ้นหนึ่งในทางเลือกที่ดีและพึ่งพาได้ คือ “ก๊าซธรรมชาติเหลว” หรือ LNG (liquefied natural gas) ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่า LNG มีแหล่งผลิตที่กว้างขวางทั่วโลก ประเด็นความกังวลต่อการขาดก๊าซจากอ่าวไทยและเมียนมาจึงตกไป ข้อเท็จจริงที่สำาคัญอีกเรื่องหนึ่งคือมีการพัฒนาแหล่งผลิต LNG อย่างแพร่หลายในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นแหล่งผลิตในแถบประเทศตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ หรือออสเตรเลีย ซึ่งเทคโนโลยีการผลิตในยุคปัจจุบันทำให้ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมากส่งผลให้ราคาปรับลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบันเรามีการใช้ LNG ไม่ถึง 1% ของกำลังการผลิตทั่วโลกและในอนาคตการผลิต LNG ก็จะยิ่งเข้าสู่ระบบเพิ่มมากขึ้นอีกทำให้เห็นว่าเทรนด์ราคาของ LNG ในอนาคตมีโอกาสที่จะต่ำลงได้อีกซึ่งเหตุผลดังกล่าวจะทำให้ค่าไฟฟ้าของประชาชนจะถูกลงในอนาคตอีกด้วย


ภาพประกอบจากบางกอกโพสต์: เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ รวมตัวเพื่อเพื่อคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

ยิ่งไปกว่านั้น การเผาไหม้ของ LNG ไม่สร้างมลพิษเหมือนการเผาถ่านหินและนี่คือสาเหตุที่การสร้างโรงไฟฟ้า LNG ถึงไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทดสอบผลกระทบต่อสุขภาพ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า EHIA นอกจากนี้ งบประมาณที่ต้องใช้ในการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้า LNG ต่ำกว่างบสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเกินครึ่ง (การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใช้เงิน 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เทียบกับการสร้างโรงไฟฟ้า LNG ที่ใช้เงินเพียง 700 ล้านเหรียญ) ดังนั้นเรามีโอกาส “คืนทุน” โรงไฟฟ้า LNG ได้เร็วกว่า อีกทั้งเงินที่ประหยัดได้จากการไม่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินก็สามารถเอาไปลงทุนใน smart grid ได้อีกด้วย

ขณะเดียวกันนั้น เหตุผลที่ว่าภาคใต้จำเป็นที่จะ ต้องมีโรงไฟฟ้าโดยเร็วนั้น ซึ่งหากยืดเยื้อกว่านี้จะทำให้มีไฟฟ้าใช้ไม่เพียงพอ การสร้างโรงไฟฟ้า LNG ก็ตอบโจทย์มากกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินอีกด้วย เนื่องจากใช้ระยะเวลาก่อสร้างเพียงแค่ 48 เดือนเทียบกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้เวลา 80 เดือน ส่วนประเด็นหลักเรื่องการกระจายความเสี่ยงของประเภทเชื้อเพลิงนั้น เราต้องเข้าใจว่า 1. ไม่ว่าจะเป็นถ่านหินหรือ LNG  ก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งคู่ 2. ราคาถ่านหินและราคา LNG ผูกโยงกับราคาน้ำมันทั้งคู่ ดังนั้นการหันไปพึ่งถ่านหินไม่ได้มีผลในการ “กระจายความเสี่ยง” เมื่อเทียบกับการใช้ LNG และ ตามจริงแล้ววันนี้มีแหล่งซื้อ-ขาย LNG มากกว่าอีกด้วย

จนถึงวันนี้ ทางราชการยังยืนยันเจตนารมณ์การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ และออกมาแสดงความเห็นถึงจุดอ่อนของทางเลือกอื่นๆ โดยที่เราไม่ค่อยได้เห็นทางราชการพูดถึงข้อเสียของถ่านหินให้เราได้เอามาเปรียบเทียบนัก อย่างไรก็ดี วันนี้โลกเปลี่ยนไป ความคิดและข้อสรุปของเราควรต้องเปลี่ยนด้วยครับ การสร้างโรงไฟฟ้าในภาคใต้นับเป็นก้าวสำคัญ หากเดินพลาดมีสิทธิ์สร้างความเสียหายที่ไม่มีโอกาสแก้ไขได้อีกด้วย


กรณ์ จาติกวณิช
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณภาพเปิดเรื่องจากบางกอกโพสต์: ภาพถ่ายทางอากาศ สภาพพื้นที่ชุ่มน้ำปากอ่าว ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้ากระบี่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และพื้นที่ที่จะก่อสร้างโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และท่าเทียบเรือ


คลิกอ่านบทความทางด้านเศรษฐกิจ ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ เมษายน 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 12 พฤษภาคม 2560

View : 965



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,259

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 227,960

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 67,861

3

คำนิยม ชีวประวัติ แจ็ค หม่า นักสู้ ผู้ยิ

Update : 05 เมษายน 2558

view : 27,568

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 954

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,309

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,682


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย