commentaries / INVESTMENT OUTLOOK

สหรัฐฯ และลิเบีย...ตัวแปรสำคัญต่อแนวโน้มราคาน้ำมันโลก

ตั้งแต่กลุ่ม OPEC ตกลงลดปริมาณการผลิตน้ำมันลง 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อสิ้นเดือน พ.ย. 2016 ราคาน้ำมันก็ “วิ่ง” ขึ้นมาราว 20% มายืนเหนือระดับ 50 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล รับข่าวดีจากการบรรลุข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันดิบเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี แต่สิ่งที่ตลาดยังไม่ได้ให้น้ำหนักมากเท่าที่ควร ก็คือแนวโน้มการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งจะช่วยชดเชยอุปทานน้ำมันดิบที่ลดลงจากกลุ่ม OPEC และอาจเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยประเทศที่น่าจับตามองนั้นได้แก่ สหรัฐฯ และ ลิเบีย

ลิเบียเป็นประเทศสมาชิก OPEC ซึ่งได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงลดการผลิตเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากลิเบียประสบปัญหาความไม่สงบในประเทศ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันลดลงจากระดับปกติที่ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงก่อนปี 2010 มาอยู่ที่ราว 2-3 แสนบาร์เรลต่อวัน ในช่วงปี 2016 ทางกลุ่ม OPEC จึงยกเว้นการบังคับใช้โควต้าการผลิตกับลิเบีย และอนุญาติให้ลิเบียสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งหลังจากความขัดแย้งในประเทศเริ่มสงบลงในช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ปริมาณการผลิตน้ำมันจากลิเบียก็ได้กลับมาเพิ่มขึ้นราว 4 แสนบาร์เรลต่อวัน เป็น 6.9 แสนบาร์เรลต่อวันในเดือน ม.ค.

ส่วนในสหรัฐฯ ราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวขึ้นตลอดปีที่แล้ว ได้ทำให้ผู้ผลิตหลายรายเริ่มกลับมาลงทุนขุดเจาะน้ำมันอีกครั้ง ซึ่งจะเห็นได้จากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นถึงเกือบเท่าตัว (จากจุดต่ำสุดที่ 316 แท่นในเดือนพฤษาคม มาอยู่ที่ 591 แท่นในปัจจุบัน) การเพิ่มขึ้นของจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา ชี้ว่าระดับราคาน้ำมันในที่เกินกว่า 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลนั้น สูงเพียงพอที่จะทำให้ผู้ผลิตน้ำมัน Shale Oil ในสหรัฐฯ กลับมามีกำไรและเริ่มหันกลับมาลงทุนขุดเจาะน้ำมันเพิ่มขึ้น และทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ กลับมาเพิ่มขึ้นราว 5 แสนบาร์เรลต่อวัน เป็นราว 9 ล้านบาร์เรลต่อวันในปัจจุบัน กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ประเมินว่าปริมาณการผลิตน้ำมันจากสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2018 ที่ 9.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงกว่าสูงสุดเดิมในปี 2015 ที่ 9.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน

Figure 1(ซ้าย): ปริมาณการผลิตน้ำมันจากลิเบียกลับมาเพิ่มขึ้น 4 แสนบาร์เรลต่อวัน Figure 2(ขวา): ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5 แสนบาร์เรลต่อวัน
Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (ESU)

การผลิตน้ำมันจากสหรัฐฯ และลิเบีย ที่เพิ่มขึ้นมารวม 9 แสนบาร์เรลต่อวันในช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้ว (สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5 แสนบาร์เรลต่อวัน, ลิเบียเพิ่มขึ้น 4 แสนบาร์เรลต่อวัน) นับเป็น 3 ใน 4 ของข้อตกลงการลดปริมาณการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันของกลุ่ม OPEC ซึ่งจะช่วยชดเชยอุปทานน้ำมันดิบที่หายไปจากตลาดโลก และอาจเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้ตลาดน้ำมันโลกกลับสู่ภาวะ Oversupplied อีกครั้ง

นอกจากนี้ เรายังต้องจับตามองการประชุม OPEC ครั้งถัดไปในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ซึ่งสมาชิกจะกลับมาหารือกันว่าจะต่ออายุข้อตกลงลดปริมาณการผลิตของกลุ่มต่อไปอีกหรือไม่ ซึ่งหาก OPEC ไม่สามารถตกลงกันได้ ราคาน้ำมันก็มีความเสี่ยงที่จะกลับมาลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี


คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)

Update : 20 เมษายน 2560

View : 914



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 10,808

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 223,652

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 64,174

3

ไม่อยากถูกลากลงจากเครื่อง? เรียกร้องค่าช

Update : 12 เมษายน 2560

view : 23,965

top list

การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสและความเสี่ยงต่อกล..

Update : 26 เมษายน 2560

view : 1,910

เศรษฐกิจไทยปีระกา 2017 ท่ามกลางความเสี่ยงของนโยบาย..

Update : 28 กุมภาพันธ์ 2560

view : 3,784

Investor searching for yield, Beware real sector

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 1,356


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย
กิติชัย เตชะงามเลิศ
นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of Wealth Advisory บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)