commentaries / SPECIAL REPORT

เมื่อครัวไทย โตไกลไร้ลิมิต

แม้ว่าภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารไทยจะมีสัดส่วนเพียง 8.52% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ทว่า ในทุกยุคสมัย อุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงคนไทยทั้งประเทศ และขยับขยายสู่ทั่วโลกด้วยมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับสองของประเทศ ทั้งนี้ความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรและวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีจะยังคงส่งเสริมให้อุตสาหกรรมนี้ก้าวไปอีกไกลโพ้นศักยภาพด้านอาหารแปรรูปของไทยที่สามารถติดอันดับหนึ่งในสิบผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกด้วยมูลค่าการส่งออก 1.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 6 แสนล้านบาท) หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.2% ของมูลค่าการส่งออกอาหารแปรรูประดับโลกในปี 2558 ไม่ว่าจะเป็นกุ้งกระป๋องและแปรรูป ไก่แปรรูป สับปะรดกระป๋อง และข้าวโพดหวานกระป๋อง เป็นต้นโดยตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา

ขณะที่ เพลินใจ จิระจรัส ผู้อำนวยการสายงานวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ย้ำถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารที่สามารถผลักดันการเติบโตของประเทศ จากมูลค่ารวมของอุตสาหกรรมเกษตรไทยในช่วงครึ่งปีแรกราว 5.97 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8.52% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประมาณ 7 ล้านล้านบาทแม้ในรอบครึ่งปีที่ผ่านมาราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะข้าว ยางพารา รวมถึงปริมาณผลผลิตน้ำตาลและกุ้งจะปรับตัวลดลง ส่งผลให้มูลค่าของอุตสาหกรรมเกษตรของไทยปรับตัวลดลง 2.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่ 6.1 แสนล้านบาท แต่มูลค่าการส่งออกของสินค้าในอุตสาหกรรมดังกล่าวยังคงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อน GDP ของประเทศด้วยมูลค่า 6.36 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 17.1% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยที่ 3.72 ล้านล้านบาทหรือ 9.1% ของ GDP ประเทศ



นอกจากนั้น อุตสาหกรรมเกษตรยังคงมีความสำคัญต่อประเทศมากกว่าอุตสาหกรรมนอกภาคการเกษตร ในด้านการใช้พื้นที่ของประชากรในภาคการเกษตรที่มีอยู่ราว 38.6% ของประชากรทั่วประเทศ โดยใช้พื้นที่เพื่อประโยชน์ทางการเกษตรคิดเป็น 46% จากจำนวนที่ดิน 320.7 ล้านไร่ สะท้อนถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานในภาคการโดยมักจะเริ่มต้นจากการจำหน่ายสุกรมีชีวิตสำรับตลาดสด และพัฒนาเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรดมากขึ้นในระยะหลัง เพื่อสร้างภาพลักษณ์สินค้าที่มีอนามัย และเพิ่มมูลค่าสินค้ามากขึ้น

ขณะที่อุตสาหกรรมไก่เผชิญหน้ากับคู่แข่งขันน้อยรายกว่า แต่ผู้ประกอบการยังต้องรับมือกับการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะสงครามราคาจากผู้ประกอบการหน้าใหม่อย่างบริษัท BRF ผู้เลี้ยงไก่และส่งออกรายใหญ่ของบราซิลที่เข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศรวมถึงความกดดันด้านราคาต้นทุนจากประเทศบราซิลและสหรัฐอเมริกาที่ถือแต้มต่อด้านผลผลิตถั่วเหลืองและข้าวโพดที่เพียงพอกว่าประเทศไทยที่ต้องนำเข้าถั่วเหลือง ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงไก่ของไทยสูงกว่าบราซิลและสหรัฐฯ ราว 10% อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการส่งออกของอุตสาหกรรมไก่น่าจะสามารถเติบโตได้ในระดับ 3% เป็น 7 แสนตัน โดยมีประเทศคู่ค้าหลัก ได้แก่ ประเทศในกลุ่มยุโรปและญี่ปุ่น พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตจำนวน 1.88 ล้านตันในปีนี้ หรือเพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และการบริโภคประมาณ 1.26 ล้านตันหรือเพิ่มขึ้น 5.5% จากปีที่แล้ว ด้วยจุดเด่นด้านคุณภาพของสินค้าไทย และปริมาณการส่งออกไก่แปรรูปเป็นหลักคิดเป็น 70% และมูลค่าการส่งออกไก่ 81% ของการส่งออกไก่ทั้งหมดในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ รวมถึงปัจจัยสนับสนุนในประเทศ ได้แก่ กำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมถึงราคาขายจำนวน 38 บาท/กิโลกรัม ซึ่งยังคงมากกว่าต้นทุนการเลี้ยงที่ 36-37 บาท/กิโลกรัม

อย่างไรก็ดี เพลินใจให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นการกำหนดค่าอากรการฆ่าและค่าธรรมเนียมโรงฆ่าสัตว์ในอุตสาหกรรมไก่อันได้แก่ ค่าอากร 0.20 บาท/ตัว และค่าธรรมเนียม 0.20 บาท/ตัว รวมคิดเป็น 0.40 บาท/ตัว หรือ 0.42% ของราคาไก่หน้าฟาร์มว่า “พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์ที่ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนในปีนี้ ไม่น่าจะมีนัยสำคัญต่อผู้ประกอบการ เนื่องจากผู้ประกอบการน่าจะสามารถปรับในราคาขายไก่ได้ ขณะที่ผู้ส่งออกไก่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายอากร ดังนั้นความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไก่จึงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากก่อนหน้านี้”



จากการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงทั้งในประเทศและการส่งออกไปยังต่างประเทศผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารจำเป็นต้องเน้นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเช่น สินค้าแปรรูปและอาหารพร้อมรับประทาน โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อ ได้แก่ อาหารเพื่อสุขภาพ และอาหารออร์แกนิค ไม่ว่าจะเป็น อาหารสัตว์เนื้อสัตว์ หรืออาหารแปรรูป ซึ่งมีโอกาสเติบโตสร้างรายได้จำนวนมากสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ

“ถ้าเป็นประเทศกำลังพัฒนาต้องเน้นการขายอาหารสัตว์ ส่วนประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้บริโภคมีกำลังซื้อและใส่ใจสุขภาพดังนั้นอาหารแปรรูปที่เป็นอาหารออแกนิคและอาหารสุขภาพน่าจะทำตลาดได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเป็นอาหารแปรรูปแบบทั่วไป อาจต้องเจาะตลาดเพิ่มนอกเหนือไปจากตลาดหลักได้แก่ ยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น”
 


คลิ๊กอ่านฉบับเต็ม "เมื่อครัวไทย โตไกลไรลิมิต" ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ NOVEMBER 2016 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 29 ธันวาคม 2559

View : 2,549



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 14,635

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 226,731

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 67,065

3

คำนิยม ชีวประวัติ แจ็ค หม่า นักสู้ ผู้ยิ

Update : 05 เมษายน 2558

view : 26,040

top list

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,245

ประเทศไทยกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ..

Update : 27 กรกฎาคม 2560

view : 2,746

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 1,199


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย