ASIAN BIZ

ยุทธศาสตร์ 4 ประสาน ทิศทางใหม่ของ CP ในจีน

จาก 35 ปีก่อนที่เริ่มต้นจากการผลิตอาหารสัตว์ในจีน วันนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ขยายกิจการออกไปมากมาย ล่าสุดร่วมกับรัฐบาล เกษตรกร และภาคธนาคาร พัฒนาความมั่นคงและความปลอดภัยด้านอาหารแก่ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก
 
“เราไม่ได้มองเฉพาะเมืองจีน ซี.พี. มองอะไร เป็นระดับโลก... ตลาดในโลกนี้เป็นของซี.พี. ... คนเก่งในโลกนี้เป็นของ ซี.พี. วัตถุดิบในโลกนี้เป็นของ ซี.พี. เงินในโลกนี้เป็นของ ซี.พี. อยู่ที่ว่าเรามีความสามารถเอาเงินเขามาใช้รึเปล่า ผมมองระดับโลก ไม่เฉพาะเมืองไทย หรือเมืองจีน ถ้ามีโอกาส ที่ใดมีโอกาส ที่นั่นเป็นของซี.พี.” ธนินท์ เจียรวนนท์ มหาเศรษฐีอันดับ 2 ของประเทศไทย ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ 3.75 แสนล้านบาท กล่าวกับ Forbes Thailand ในฉบับเดือนกรกฎาคม 2556
 
ผ่านไป 1 ปี คำประกาศของ ประธานกรรมการของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังเป็นจริง ซี.พี.ยังขยายกิจการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ดีลที่ฮือฮาแห่งปีคือเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2557  บริษัทในเครือ ซี.พี. กับ Itochu บริษัทด้านเทรดดิ้งใหญ่อันดับ 3 ของญี่ปุ่น ประกาศซื้อขายหุ้นต่อกันด้วยมูลค่าถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกรรมนี้ทำให้เครือ ซี.พี.ถือหุ้นใน Itochu เกือบ 5% และเทรดดิ้งยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญด้านการค้าขายแร่ธาตุและพลังงานเชื้อเพลิงถือหุ้น 25% ใน CP Pokphand บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงที่บริหารโรงงานอาหารสัตว์ 80 แห่ง ใน 28 มณฑลในจีน และดำเนินธุรกิจอาหารสัตว์ในเวียดนาม
 
ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน สำนักกิจกรรมสื่อสารองค์กรของเครือเจริญโภคภัณฑ์ พาคณะสื่อมวลชนและนักวิชาการรวม 8 ชีวิตไปศึกษาโครงการพัฒนาด้านเกษตรกรรมของ ซี.พี. ในฝั่งตะวันออกของประเทศจีน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของซี.พี. ในการร่วมมือกับรัฐบาลจีนพัฒนาโครงการเกษตรกรรม และเกษตรอุตสาหกรรม โดยการนำเทคโนโลยีทั่วโลกที่ทันสมัยมาผสมผสานให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เพิ่มขึ้น เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงทางอาหารของจีน ความปลอดภัยในอาหารเพื่อผู้บริโภค และความมั่นใจของบริษัทที่จะได้วัตถุดิบจากแหล่งที่ปลอดภัยในทุกขั้นตอนของการผลิต
 
เกือบ 1 สัปดาห์ของการตระเวน 4 พื้นที่ทางภาคตะวันออกของจีน เพื่อไปเยี่ยมชม 5 โครงการเกษตรขนาดมหึมาของ ซี.พี.และพันธมิตร แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นของจีนให้การยอมรับนับถืออย่างสูงต่อความสามารถของบริษัทเกษตรกรรมจากไทย ให้ความไว้วางใจ ซี.พี. มอบที่ดินนับหมื่นไร่ให้พัฒนาเพื่อการปลูกข้าว เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ และการพัฒนาที่อยู่อาศัย พื้นที่เชิงพาณิชย์และสันทนาการ
 
ความไว้วางใจนี้น่าจะเกิดจากความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างผู้นำจีนตั้งแต่ระดับชาติไปจนถึงระดับท้องถิ่นกับผู้บริหารสูงสุดของ ซี.พี. หรือที่ชาวจีนทั่วไปคุ้นเคยในนาม Zheng Da (“เจิ้นต้า” ออกเสียงแบบจีนกลาง หรือ “เจียไต๋” ออกเสียงแบบจีนแต้จิ๋ว) ซึ่งเป็นบริษัทต่างชาติบริษัทแรกที่จดทะเบียนบริษัทในจีน ด้วยหมายเลข 0001 หลังจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์ดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดประเทศใน พ.ศ.2522
 
ทุกสำนักงานของโครงการที่เราไปเยี่ยมชม ต้องประดับด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ บนผนังในตำแหน่งสูงสุด รองลงมาเป็น 4 ภาพถ่ายคู่ของ ธนินท์กับผู้นำของจีน ได้แก่ ผู้นำสูงสุดและบิดาแห่งการปฏิรูปเศรษฐกิจสมัยใหม่ Deng Xiaoping, ประธานธิบดีคนที่ 5 Jiang Zemin ประธานธิบดีคนที่ 6 Hu Jintao และประธานธิบดีคนที่ 7 (คนปัจจุบัน) Xi Jinping เรียงจากซ้ายไปขวา
 
ผ่านไป 35 ปี ซี.พี.ใช้งบลงทุนในจีนไปแล้วเกือบ 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ (2.88 แสนล้านบาท) ใน 213 บริษัท มีพนักงานรวมกว่า 8 หมื่นคน มียอดขายรวมมากกว่า 5 หมื่นหยวนต่อปี (2.7 แสนล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นโครงการธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร มีโรงงานอาหารสัตว์กระจายครอบคลุม 29 มณฑล จากทั้งหมด 31 มณฑล รวม 107 โรง

 
3 ประโยชน์ 4 ประสาน
3 ทศวรรษหลังจีนเปิดประเทศ ภาคเมืองได้รับประโยชน์จากการพัฒนามากกว่าภาคชนบท รัฐบาลจีนจึงเร่งพัฒนาภาคชนบทตามนโยบาย “3 เกษตร” ได้แก่ 1. ปัญหาภาคการเกษตร (การผลิต) 2. ปัญหาภาคชนบท (ฐานการผลิตทางการเกษตร) และ 3. ปัญหาภาคประชากร (เกษตรกร) ด้วยเหตุนี้ ยุทธศาสตร์ใหม่ของจีนในทศวรรษต่อไป คือการร่วมมือกับเอกชนปฏิรูปภาคเกษตร พัฒนาภาคเกษตรแบบดั้งเดิมของจีนให้เป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมใหม่ภายใต้เทคโนโลยีและการจัดการที่ทันสมัย ซึ่งจะยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรที่มีอยู่เกือบ 800 ล้านคน ทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และวางรากฐานให้จีนกลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารของโลก
 
ด้วยความรู้ ประสบการณ์และนโยบายของ ซี.พี.ที่ยึดมั่นใน “3ประโยชน์” คือ ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร จึงทำให้ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลจีนให้ดำเนินการพัฒนาด้านเกษตรกรรมทันสมัยหลายโครงการภายใต้รูปแบบความร่วมมือที่เรียกว่า “4 ประสาน” หรือ “Four in One” ได้แก่ รัฐบาล บริษัทเอกชน สถาบันการเงิน และเกษตรกร ร่วมมือกันพัฒนาเกษตรกรรมทันสมัยในจีน
 
โครงการเกษตรกรรมทันสมัย Dongying (ตงอิ๋ง)-เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นโครงการภายใต้รูปแบบความร่วมมือ “4 ประสาน” กำเนิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดยรัฐบาลเมือง Dongying และ ซี.พี. ลงนามในข้อตกลงเชิงกลยุทธ์เพื่อร่วมกันพัฒนาที่ดินงอกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติราว 3.4 หมื่นไร่ในเมืองนี้ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางภาคตะวันออกของจีน อยู่ใต้กรุง Beijing 360 กิโลเมตร ให้เป็นโครงการเกษตรกรรมเชิงนิเวศน์ทันสมัยระดับโลกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจีน ภายในประกอบด้วย
 
1. ศูนย์กลางการเพาะปลูก เปลี่ยนดินเค็มให้ปลูกข้าวได้ ตั้งเป้าผลิตให้ได้ถึง 1,800 กิโลกรัมต่อไร่
 
2. ศูนย์กลางการผลิตและแปรรูปครบวงจร พัฒนาห่วงโซ่การผลิตสุกรขุน 1 ล้านตัว โดยใช้เทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์จากไทยเพื่อสร้างฟาร์มหมูเชิงนิเวศน์ ตั้งแต่กระบวนการผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยง การใช้มูลผลิตก๊าซชีวภาพและการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การแปรรูป และการขนส่ง
 
3. ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรชั้นสูง จะเน้นไปที่การเพิ่มผลผลิต ทดสอบ สาธิต รวมถึงหาทางออกที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกบนพื้นที่ดินเค็มชายฝั่งทะเล ภายใต้เทคนิคการเพาะปลูกใหม่ ๆ โดยจะพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันวิจัยในประเทศและต่างประเทศ
 
4.ศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า ทั้งไม้ผล ไม้ดอก ผัก เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปเพาะปลูกเพื่อสร้างรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
 
5.ศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางการเกษตรเชิงนิเวศ โดยมุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จใหม่ ๆ ได้แก่ พันธุ์ใหม่ ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึงจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวที่เยี่ยมชมโครงการ
 
โครงการนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีน Dongying อยู่ทางตอนเหนือของมณฑล Shandong เป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ Huang He หรือ แม่น้ำเหลือง แม่น้ำสายที่ยาวเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของจีนอย่างมาก โครงการนี้ดำเนินงานภายใต้สัญญา 20 ปี ต่ออายุได้ 1 ครั้ง นาน 10 ปี รัฐบาลท้องถิ่นลงทุนด้วยเม็ดเงิน 1 พันล้านหยวน หรือ 5.2 พันล้านบาท พัฒนาถนน ไฟฟ้า และระบบชลประทานทั้งหมดในโครงการ ส่วน ซี.พี.ลงทุน 2 พันล้านหยวน เพื่อสร้างสรรค์ที่ดินแปลงนี้ให้เป็นศูนย์กลางการเกษตรทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้นแบบการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงภาคเกษตรแบบเก่าที่ล้าสมัย ให้เป็นเกษตรที่มีประสิทธิภาพ โดยรัฐบาล Dongying ต้องการให้โครงการนี้เป็นแรงกระตุ้นให้เกษตรกรรายย่อยอีกไม่น้อยกว่า 400,000 ไร่เข้าร่วมในอนาคต
 



 

1 พื้นที่ 3 ผลผลิต – ไข่ไก่ จระเข้ ท้อ 
โครงการไก่ไข่ครบวงจร 3 ล้านตัว ในเขต Pinggu ย่านชานกรุง Beijing เป็นอีกโครงการความร่วมมือของ ซี.พี. ภายใต้โมเดล “4 ประสาน” เนรมิตโครงการไก่ไข่ครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียมูลค่ากว่า 3.6 พันล้านบาท ริเริ่มโครงการนี้ในปี พ.ศ.2555 สามารถเลี้ยงไก่ไข่ได้ถึง 3 ล้านตัว มีกำลังการผลิตไข่ไก่มากถึง 54,000 ตันต่อปี มีเกษตรกรจีนได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการนี้ถึง 1,608 ครอบครัว หรือ 5,000 คน
 
โครงการฯ ตั้งอยู่บนที่ดิน 380 ไร่ ณ หมู่บ้าน Xifan Gezhuang ตำบล Yukou เขต Pinggu ห่างจากนคร Beijing ไปราว 1 ชั่วโมงทางรถยนต์ ภายในโครงการประกอบไปด้วยโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ระบบปิด 18 หลัง สามารถเลี้ยงไก่ได้ 3 ล้านตัว ตรวจสอบความเป็นอยู่ของไก่ด้วยหุ่นยนต์ มีโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และโรงงานแปรรูปไข่ กระบวนการผลิตเกือบจะถูกควบคุมทั้งหมดด้วยคอมพิวเตอร์
 
โครงการนี้รัฐบาลกรุง Beijing เกษตรกร และ ซี.พี. ลงทุนร่วมกันก่อตั้งบริษัท Beijing Guda Agricultural Investment จำกัด ขึ้นมา ดำเนินการโดยรัฐบาล Beijing และ ซี.พี. ถือหุ้นฝ่ายละ 15% ส่วนที่เหลืออีก 70% เป็นของเกษตรกรซึ่งรวมตัวกันถือหุ้นในนามของสหกรณ์การเลี้ยงสัตว์ในเขตพื้นที่สีเขียวของเมือง Beijing โดยมีธนาคารแห่งกรุงปักกิ่ง (Bank of Beijing) ประสานความร่วมมือในรูปของการให้สินเชื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการ โดย Beijing Guda ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการได้ทำสัญญาว่าจ้างให้บริษัท Beijing Chia Tai Eggs & Food จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์เช่าที่ดินและทรัพย์สินในโครงการนาน 20 ปี รวมถึงรับผิดชอบดูแลบริหารจัดการธุรกิจทั้งหมดทั้งด้านการผลิตและการตลาด ซึ่งเป็นการพัฒนารูปแบบใหม่ที่กล่าวได้ว่า “เกษตรกรเป็นเถ้าแก่ บริษัทเป็นลูกจ้าง”
 
 
เกษตรกรได้รับรายได้จากการดำเนินโครงการนี้ปีละประมาณ 360 ล้านบาท ธนาคารปักกิ่งซึ่งจะได้รับดอกเบี้ยจากการสนับสนุนสินเชื่อแก่โครงการนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้แหล่งการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และได้ขยายตลาดเพิ่มขึ้นในเมืองหลวง
 
ความทันสมัยของโครงการฯ ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการกำจัดมลพิษต่างๆ เช่น ใช้พลังงานลม และความร้อนจากตัวไก่เป่ามูลไก่ให้แห้ง ส่วนไก่ตายก่อนวัยอันควรก็ถูกส่งไปเป็นอาหารจระเข้ที่เลี้ยงอยู่ในโรงเลี้ยงในพื้นใกล้เคียง โดยเฉลี่ยมีไก่ตาย 80 ตัว/วัน ซึ่งเพียงพอที่จะเลี้ยงจระเข้ที่มีอยู่ราว 1 พันตัว โดยตั้งเป้าจะเลี้ยงจระเข้ให้ได้ถึง 8,000 ตัว
 
ส่วนขนไก่ มูลไก่ มูลจระเข้นั้น จะถูกส่งไปทำเป็นปุ๋ยชีวภาพสำหรับโครงการสวนท้อ (peach) ในพื้นที่ 25,000 ไร่ บริเวณรอบๆ ฟาร์มของโครงการไก่ไข่ 3 ล้านตัว โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ร่วมมือกับบริษัทผลิตผลไม้รายใหญ่ในจีนแห่งหนึ่งส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกท้อออร์แกนิกคุณภาพดี เพื่อส่งออกไปจำหน่ายที่ญี่ปุ่น และในอีก 1-2 ปีจะเป็นประเทศไทย
 
“ความปลอดภัยของอาหารในจีนเป็นเรื่องสำคัญมากในขณะนี้ ชื่อเสียงของจีนเสียหายมาก ทั้งไข่ปลอม นมปลอม นมปนเปื้อน นี่คือโอกาสอันดีที่จะสร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารให้เกิดขึ้น” สารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวกับ Forbes Thailand
 
35 ปีแห่งการเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์และเลี้ยงสัตว์ในจีน สารสินบอกว่า ในวันนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ 3 ของการเป็นผู้ผลิตอาหารมนุษย์ที่ได้มาตรฐานโลก เป็นอาหารที่สะอาด ไม่แพง อร่อย
 
นี่เป็นอนาคตที่เต็มไปด้วยโอกาสมากมาย ให้ ซี.พี.ได้ไขว่คว้า







หนึ่งในบทความพิเศษชุด Greater China ประจำฉบับ NOVEMBR 2014

 

นพพร วงศ์อนันต์
contributor

Update : 22 มกราคม 2558

View : 9,443




vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,677

Most Popular
1

ตระกูลมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดของเอเชีย: ลำ

Update : 03 กุมภาพันธ์ 2559

view : 35,989

2

สุวัฒน์ เชาว์ปรีชา แจ้งเกิดฤทธาโชว์ผลงาน

Update : 26 พฤษภาคม 2560

view : 23,299

3

William Heinecke 1 ใน 5 มหาเศรษฐีระดับโล

Update : 15 ธันวาคม 2558

view : 21,634

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 1,160

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,387

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,770


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย