ASIAN BIZ

วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล พา ศรีนานาพร สู่อาณาจักรขนมใน CLMV

จากร้านยี่ปั๊วข้างโรงภาพยนตร์สู่โรงงานผลิตเยลลี่ และปลาหมึกแผ่นอันดับ 1 ในประเทศ เดินหน้าคว้าโอกาสประเทศเพื่อนบ้าน ประเดิมสร้างฐานธุรกิจในกัมพูชาและเวียดนาม พร้อมขยายอาณาจักรอุปโภคบริโภคและพลังงานต่อเนื่อง

กว่า 40 ปีของพ่อค้าขนมขบเคี้ยวที่เริ่มต้นช่วยมารดาในร้านค้าส่งขนม “ศรีวิวัฒน์” ข้างโรงภาพยนตร์ปารีส ย่านตลาดมหานาค ตั้งแต่ปี 2515 เด็กหนุ่มวัย 17 ปีขยันขันแข็งช่วยเหลือกิจการจนสามารถขยับขยายเป็นธุรกิจค้าส่งในแถบชานเมืองและครอบคลุมทั่วภาคกลางในชื่อ ศรีเจริญพาณิชย์

ป้ายร้าน “ตั้งกิมเฮง” หรือชื่อศรีวิวัฒน์ซึ่งติดอยู่บนอาคารเป็นมากกว่าความภาคภูมิใจของผู้สร้างรากฐานอาณาจักรอันแข็งแกร่งให้กับตระกูลไกรพิสิทธิ์กุลที่สามารถฝ่ามรสุมทางธุรกิจ ด้วยการเสาะหาน่านน้ำใหม่ที่ไร้คู่แข่งขัน โดยไม่หยุดยั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กลายเป็นกระแสความนิยมแจ้งเกิดผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้หลายพันล้านบาทในปัจจุบัน

บนเส้นทางการค้าที่ไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบของ วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เถ้าแก่ผู้คลุกคลีอยู่ในโลกขนมและการค้าวัย 62 ปี ยังคงระลึกถึงจุดเริ่มของความเปลี่ยนแปลงจากกิจการค้าส่งที่เคยเป็นจุดเริ่มของครอบครัวต้องเผชิญกับการแข่งขันสูงสู่การสร้างแบรนด์ด้วยการเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเม็ดแตงโมอบหรือเม็ดก๋วยจี๊ตราระฆัง ในโรงงานขนาดเล็กที่วัดม่วง ซ.เพชรเกษม 63 บน เนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา และผลิตขนม ประเภทแป้งในปี 2534

“เรามองว่าธุรกิจขายส่งไม่มีแบรนด์ของตัวเองแข่งขันสูงมาก จึงเริ่มต้นโรงงานผลิตเม็ดก๋วยจี๊ ในยุคนั้นขายดีแต่ยังสู้เจ้าเก่าไม่ได้ เราทำประมาณ 1 ปีจึงไปทำสายแป้งเช่น เวเฟอร์ตราคุณหนู ขาย 50 สตางค์และปรับปรุงตลอด”

วิวรรธน์ทบทวนความทรงจำในช่วงเวลาที่กิจการขนมประเภทแป้งกำลังทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะขนมปังปี๊บที่สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ด้วยการแข่งขันที่รุนแรงและภาวะแป้งขาดตลาด เนื่องจากยังต้องพึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบแป้งจากต่างประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นสูงฉุดผลกำไรลงจนแทบไม่เหลือแม้ทางออกฉุกเฉินที่สะดวกและง่ายดายที่สุดในการลดต้นทุนธุรกิจคือการปลดพนักงานหรือขึ้นราคาสินค้า

“วิกฤตทำให้เกิดโอกาส เราเลือกนำทีมงานที่มีอยู่ขยายธุรกิจเพิ่ม หลังเดินทางดูนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ญี่ปุ่นเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว จากอาชีพยี่ปั๊วเดิมทำให้เรารู้ว่าอะไรเหมาะกับผู้บริโภคไทย ในจังหวะปรับเทรนด์สินค้าใหม่เราจึงนำเยลลี่แก้วและสั่งเครื่องจากญี่ปุ่นเข้ามาปรับปรุงใหม่เป็นรายแรกในไทย และเบนโตะที่ดัดแปลงผสมกับเนื้อปลา เพื่อเจือจางคอเลสเตอรอล แต่ปลาเส้นมีเจ้าตลาดอยู่เราจึงทำปลาแผ่นและเป็นอันดับ 1 เราหาน่านน้ำธุรกิจของตัวเอง ไม่คิดแข่งกับใคร”



ทันทีที่วิวรรธน์แปลงโฉมเยลลี่ถ้วยเล็กเป็นแก้วพลาสติกขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมชูจุดขายความต่างในการรับประทานแทนมื้ออาหารหรืออาหารว่างช่วยลดความอ้วน ทำให้เจเล่สามารถครองความนิยมได้นานนับสิบปี นอกจากนั้น วิวรรธน์ยังต่อยอดสินค้าขนมปังและเวเฟอร์ จากประสบการณ์จำหน่ายขาไก่และขนมปังปี๊บสมัยเปิดร้านยี่ปั๊ว ทำให้เล็งเห็นโอกาสปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้มีมาตรฐานและสะอาดถูกสุขอนามัยมากขึ้น รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่รอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้ตราสินค้าโลตัส โดยสามารถสร้างการเติบโตด้านยอดขายแบบไต่ระดับจากหลักสิบล้านบาทถึงกว่า 800 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

“เราต้องดูเทรนด์ผู้บริโภค และสร้างความแตกต่าง เพื่อให้มีน่านน้ำธุรกิจของตัวเอง เช่น การบรรจุขนมขาไก่ในบรรจุภัณฑ์มาตรฐาน หรือการทาปลาหมึกแผ่นที่เน้นแต่รสเผ็ด ทำให้ผู้บริโภคอยากลองพิสูจน์ความเผ็ด แม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะ จีน เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง ทำให้ 7-Eleven ไต้หวันติดต่อเป็นช่องทางจำหน่ายเบนโตะตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว”

วิวรรธน์กล่าวถึงการเติบโตด้านรายได้จากจำนวน 5.24 พันล้านบาทในปี 2559 สู่ระดับหมื่นล้านบาทใน 5 ปีข้างหน้าคว้าโอกาสในต่างแดนในแต่ละย่างก้าวของการเติบโตที่เกิดขึ้นจากความพยายามมองหาโอกาสและพร้อมปรับตัวเริ่มต้นธุรกิจนอกกรอบที่ต้องแตกต่างและเหนือกว่าคู่แข่งในตลาดเดิม

วิวรรธน์ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์รวมถึงการขยายตลาดในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทได้เริ่มวางรากฐานด้านช่องทางการจัดจำหน่ายในกลุ่มประเทศ CLMV หรือ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนามเป็นเวลามากกว่า 20 ปี โดยมีสัดส่วนรายได้การจำหน่ายในต่างประเทศประมาณ 13% นำโดยจีน 4% และกลุ่ม CLMV ราว 7% รวมถึงประเทศอื่นๆ ในเอเชียอีก 2% เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์

วิวรรธน์กล่าวถึงการจับมือกับบริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด เจ้าของแบรนด์ทิฟฟี่ ร่วมทุนก่อตั้งบริษัท S.C.Food Products จำกัด โดยศรีนานาพรถือหุ้นประมาณ 60% เพื่อสร้างโรงงานผลิตเวเฟอร์ บิสกิต และเยลลี่ในประเทศกัมพูชามูลค่า 300 ล้านบาทเนื้อที่ราว 42 ไร่ ใกล้กับ จ.สระแก้ว ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการได้ภายในปี นี้นอกจากนั้น ยังถือหุ้น 60% ในการก่อตั้งบริษัท S.C.Food Marketing จำกัด พร้อมสร้างโรงงานผลิตเยลลี่และเครื่องดื่มในกรุง Ho Chi Minh City ประเทศเวียดนาม

“ในอนาคต 5 ปี เราต้องการเติบโตต่างประเทศและในประเทศสัดส่วน 100:100 จากปัจจุบัน 13:87 ซึ่งมีความเป็นไปได้จากการขยายช่องทางการจำหน่ายและตั้งโรงงานโดยวางแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้งบปี 2561 และเข้าเทรดปี 2562 เพื่อใช้เงินลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต และขยายธุรกิจยังต่างประเทศ เราต้องการก้าวไปอย่างมั่นคง”

ก้าวสู่อุปโภคบริโภคถึงพลังงานความสามารถในการก่อร่างสร้างธุรกิจของวิวรรธน์ไม่จำกัดเฉพาะด้านขนมและเครื่องดื่ม แต่ยังขยายขอบเขตไปยังธุรกิจพลังงาน ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ ทั้งยังถือหุ้นราว 7.50% หรือ 69.16 ล้านหุ้น หลังบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai



“การลงทุนธุรกิจใหม่ไม่ใช่เพราะเห็นโอกาส แต่เพราะต้องการขยายธุรกิจให้ทายาท เช่น ในช่วงที่เราเริ่มต้นธุรกิจพลังงาน แม้จะเป็นเทรนด์ใหม่ แต่ยังมีผู้ประกอบการจำนวนไม่มาก เนื่องจากลงทุนสูงและยังไม่มั่นใจในผลตอบแทนแต่เมื่อถึงเวลาเทรนด์เปลี่ยนตาม ทำให้ธุรกิจเติบโต เช่นเดียวกับธุรกิจปาล์ม และสินค้าอุปโภคที่เรากำลังจะดำเนินการอย่างจริงจังหลังศรีนานาพรเข้าตลาดฯ” วิวรรธน์กล่าวถึงแผนการต่อยอดทางธุรกิจพลังงานและกลุ่มอุปโภคบริโภค จากประสบการณ์การสร้างธุรกิจที่ทำให้เข้าใจความต้องการของผู้บริโภค การสร้างแบรนด์ นวัตกรรมและการกระจายสินค้า

นอกจากนั้น วิวรรธน์ยังสามารถเสริมรากฐานธุรกิจของครอบครัวให้แข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ด้วยการขยายขอบเขตของกลุ่มธุรกิจจากขนมและเครื่องดื่มสู่สินค้าอุปโภคและบริโภค ตลอดจนพลังงาน โดยมีโรงงานน้ำมันปาล์มและโรงงานน้ำตาลเป็นเสมือนห้องครัวผลิตสินค้าให้ศรีนานาพร ซึ่งครอบคลุมถึงวัตถุดิบสำคัญในน้ำตาล ซอส ซีอิ๊ว เนย มาการีน เป็นต้น พร้อมใช้รูปแบบธุรกิจเดียวกัน ได้แก่ การสร้างแบรนด์การขยายช่องทางจำหน่าย และการพัฒนาสินค้าอุปโภคบริโภคให้ตอบโจทย์ความต้องการและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป

“ผมอยากให้นึกภาพ CP หรือ TCC ที่มีหลายธุรกิจประกอบกัน ซึ่งจุดกำเนิดของเรามาจากพ่อค้า ทำให้มองเห็นช่องว่างและโอกาสการเติบโตของสินค้า เราสามารถต่อยอดขนมและเครื่องดื่มเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคได้ จากปัจจุบันเรามีศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ต่างๆ เรามี SNNP International เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ศรีนานาพรถือหุ้น 100% และถือเงินลงทุนในต่างประเทศ เช่น กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ รวมถึงเราเพิ่งตั้งศรีนานาพร ดิสทริบิวชั่น เป็นหน่วยรถ”

ภาพ: กิตติเดช เจริญพร
 

 

โพสต์ที่แชร์โดย Forbes Thailand Magazine (@forbesthailand) เมื่อ

 

 


คลิกอ่านฉบับเต็มของ "วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สู่อาณาจักรขนมใน CLMV" ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ พฤษภาคม 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor

Update : 22 มิถุนายน 2561

View : 3,378




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 1,111

Most Popular
1

ตระกูลมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดของเอเชีย: ลำ

Update : 03 กุมภาพันธ์ 2559

view : 48,857

2

สุวัฒน์ เชาว์ปรีชา แจ้งเกิดฤทธาโชว์ผลงาน

Update : 26 พฤษภาคม 2560

view : 28,082

3

William Heinecke 1 ใน 5 มหาเศรษฐีระดับโล

Update : 15 ธันวาคม 2558

view : 25,346


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group