ASIAN BIZ

CPT โชว์แกร่งผู้นำผู้ผลิตตู้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ควบคุมเครื่องจักร บุกอาเซียน

ทีมวิศวกรผนึกกำลังสร้างชื่อบริษัทสัญชาติไทยชูประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ และผลงานเรียกความเชื่อมั่นครองตลาดเครื่องจักรโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

เบื้องหลังอาณาจักรอุตสาหกรรมหนักขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะโรงงานน้ำตาลมากกว่า 95% ได้รับการพัฒนาและควบคุมเครื่องจักรการผลิต โดยกลุ่มวิศวกรสามทหารเสือจับมือกันนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ควบคุมเครื่องจักรโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมก่อตั้งบริษัทสัญชาติไทยเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตการทำงานของเครื่องจักรเพื่อผู้ประกอบการไทย

“ผมศึกษาทางด้านนี้มาโดยตรง และเริ่มทำงานเป็นวิศวกรเดินเครื่องจักรหลายปี ก่อนจะเลื่อนเป็นผู้บริหารและมีโอกาสดูงานที่ต่างประเทศ จนมีลูกค้าหลายรายถามว่า ทำไมยังเป็นพนักงานในบริษัทต่างชาติหรือไม่เปิดบริษัทเอง ซึ่งธนาคารต่างๆ ก็ยินดีสนับสนุนด้านสินเชื่อ ในเวลานั้นถือว่ามีความพร้อมทุกอย่างทั้งสินค้า ลูกค้า และการเงิน” สมศักดิ์ หลิมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ยังระลึกถึงช่วงเวลาที่ชักชวน อภิชาติ ปีปทุม และนพดล วิเชียรเกื้อ วิศวกรในบริษัทร่วมกันสร้างธุรกิจในปี 2537

จากวัตถุประสงค์แรกเริ่มในการขายอุปกรณ์ไฟฟ้าควบคุมความเร็วหรือการทำงานของมอเตอร์และระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ ในการควบคุมเครื่องจักรเพื่อให้สอดคล้องกับการผลิต ภายใต้ชื่อ บริษัท ซี.พี.ที. (ไทยแลนด์) จำกัด สู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเป็น บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งย่อมาจาก Control Power and Transmission หรือระบบไฟฟ้ากำลังสำหรับควบคุมการทำงานของเครื่องจักรในปี 2546 ด้วยทุนจดทะเบียน 40 ล้านบาท โดยมีครอบครัวหลิมประเสริฐ ครอบครัวปีปทุม และครอบครัววิเชียรเกื้อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

“แม้เราจะเป็นบริษัทไทยรายแรกที่เริ่มต้นธุรกิจนี้แต่เราก็มั่นใจจากฐานลูกค้าที่มีในมือปีแรกประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งเขาเชื่อมั่นในประสบการณ์ทำงานและความสามารถในการตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้า โดยในช่วงแรกเราเริ่มต้นจากการดัดแปลงเครื่องจักรเก่า ปรับปรุงระบบควบคุมทั้งหมด และเปลี่ยนอุปกรณ์ให้ทันสมัยขึ้น รวมถึงควบคุมระบบฐานข้อมูล ด้วยการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการผลิต”

หลังการปรับโครงสร้างทางธุรกิจเป็น CPT บริษัทพร้อมดำเนินการผลิตและประกอบตู้ไฟฟ้าที่ใช้กับระบบไฟฟ้าและระบบควบคุมเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับการป้อนข้อมูล ได้แก่ ระบบการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าและส่งกำลังอัตโนมัติ (Automatic Drives and Power) และระบบตู้ไฟฟ้ากำลัง (Power Distribution Panel) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับควบคุมเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมโรงงานน้ำตาล รวมถึงการเก็บสำรองอะไหล่ และการให้บริการหลังการขาย

ขณะเดียวกันบริษัทยังขยายตลาดด้วยการเพิ่มประเภทของสินค้าไปยังอุตสาหกรรมอื่นเพื่อลดความเสี่ยงการพึ่งพาโรงงานน้ำตาลเพียงอย่างเดียว ได้แก่ การเพิ่มสินค้าประเภท Medium Voltage Inverter หรืออุปกรณ์ที่ควบคุมความเร็วของมอเตอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้ในการขับพัดลมและปั๊มน้ำเพื่อการประหยัดพลังงาน ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการจัดจำหน่ายและติดตั้งระบบให้โรงงานปูนซีเมนต์และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่เหมืองแม่เมาะ รวมถึงลูกค้าขนาดใหญ่จำนวนมาก

นอกจากนั้น บริษัทยังเพิ่มสินค้าประเภท Medium Voltage Soft Starter หรืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการสตาร์ทมอเตอร์ขนาดใหญ่ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวตั้งเป้าในการนำเสนองานในโครงการที่เกี่ยวกับการจัดการน้ำ ซึ่งทำให้บริษัทขยายงานเข้าสู่โครงการของหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจมากขึ้น ทั้งยังขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เช่น การจัดจำหน่ายและติดตั้งระบบการควบคุมเครื่องจักรพร้อมมอเตอร์ขนาดใหญ่ หม้อปั่น และตู้ควบคุมหม้อปั่น ซึ่งขายให้โรงงานน้ำตาลในประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม พร้อมแผนร่วมทุนขยายฐานธุรกิจ ด้วยการจัดตั้งสำนักงานขายในต่างประเทศ

“การต่อยอดธุรกิจของเรามาจากความต้องการของลูกค้า ซึ่งพอใจในผลงานของเราไม่ว่าจะเป็น คุณภาพของสินค้า ระบบที่เราออกแบบ และการบริการต่างๆ เมื่อเราทำเครื่องจักรให้ลูกค้าเรียบร้อย เขาต้องการให้เราทำงานต่อ หรือดูแลโรงงานครบวงจรครอบคลุมถึงสถานีจ่ายไฟฟ้าย่อย ซึ่งทั้งหมดเกิดจากความไว้วางใจของลูกค้า”



ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์และระบบควบคุมไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงให้บริการติดตั้งและก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยรวมรายได้ทั้งหมด 1.23 พันล้านบาทและกำไรสุทธิ 113.01 ล้านบาทในปี 2559 พร้อมทั้งกลุ่มลูกค้าหลักแบ่งเป็น โรงงานอุตสาหกรรม ผู้จัดจำหน่าย OEM และ งานก่อสร้างอาคารสูง เป็นต้นซึ่งมีสัดส่วนการจัดจำหน่ายในประเทศ 91% และต่างประเทศ 9%

สำหรับสัดส่วนของรายได้หลักมาจากการขายตู้ไฟฟ้า (Panel) จำนวนประมาณ 55% ทั้งตู้ไฟฟ้าระบบควบคุมเครื่องจักรและตู้ไฟฟ้าระดับแรงดันต่ำ (220-690 V.) และแรงดันปานกลาง (3.3-36 kV.) จ่ายกระแสไฟฟ้าให้โรงงานและเชื่อมต่อระบบกระแสไฟฟ้ากลับไปยังสายส่ง (Synchronize) เพื่อขายไฟให้แก่ภาครัฐ และการขายสินค้าสำเร็จรูปประเภทอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ควบคุม (Unit) ประมาณ 17%

ส่วนรายได้การให้บริการรับเหมาและติดตั้งอยู่ที่ประมาณ 25% โดยออกแบบและก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย รวมถึงตู้ควบคุมในการทำงานรวมและระบบการป้องกันความผิดพลาด (Protective Relays) พร้อมระบบแสดงผล/ควบคุมและการวิเคราะห์ (SCADA) ผ่านระบบเส้นใยนำแสง ทั้งยังให้บริการวางรากฐานและการติดตั้งสายเคเบิลสำหรับการเชื่อมต่องานตู้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น โรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปและสถานีไฟฟ้าย่อย รวมถึงรายได้การให้บริการราว 3% โดยเฉพาะการซ่อมและจัดจำหน่ายอะไหล่สำหรับอุปกรณ์ที่บริษัทจำหน่ายไปแล้ว ตลอดจนการให้บริการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และระบบไฟฟ้าที่โรงงานเพื่อให้อุปกรณ์และระบบอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

“โรงงานส่วนใหญ่ที่ใช้บริการเราอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมหนักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปูนซีเมนต์ไทย โรงงานยางรถยนต์โอตานิ โรงผลิตกระดาษ โรงเหล็ก หรือโรงงานน้ำตาล เกือบทั้งหมด ซึ่งเคสน้ำตาลจะมีครบทุกรูปแบบทั้งมอเตอร์ขนาดใหญ่ ระบบการควบคุมเครื่องจักรที่ต้องมีศูนย์กลางที่ดี นอกจากนั้นยังมีการผลิตไบโอแมสจำหน่ายไฟเราอยู่ในทุกส่วนของธุรกิจ”

โชว์ “พอร์ต” เปิดทางต่างแดน

ในน่านน้ำการแข่งขันที่ CPT สามารถยึดหัวหาดอุตสาหกรรมหนักรายใหญ่มากที่สุดในประเทศ สมศักดิ์ยังเล็งเห็นโอกาสนำประสบการณ์ความเชี่ยวชาญและผลงานที่สั่งสมมากกว่า 2 ทศวรรษเดินหน้าขยายน่านน้ำไปยังตลาดต่างประเทศ พร้อมเพิ่มกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมอื่น โดยมีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

“เราเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ มาระยะหนึ่งเพื่อความยั่งยืนของบริษัท เพราะการเข้าตลาดมีกฎเกณฑ์และการควบคุมระเบียบวินัยที่ดี รวมถึงการระดมทุนที่ช่วยให้บริษัทมีความมั่นคงทางด้านการเงิน ซึ่งทำให้ผมมั่นใจว่า ถ้าวันหนึ่งไม่มีผม บริษัทนี้จะไม่ล่มสลาย และสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปในหลายรุ่นเช่นเดียวกับบริษัทต่างชาติที่มีอายุเกินกว่า 100 ปี”

สมศักดิ์กล่าวถึงกลยุทธ์ทางธุรกิจที่มุ่งขยายกลุ่มลูกค้าไปยังภาครัฐบาลและตลาดต่างประเทศหลังจากระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยลงทุนก่อสร้างโรงงานและซื้อเครื่องจักรประมาณ 200 ล้านบาทในโครงการผลิตตู้ไฟชนิดไม่มีโครงสร้างแบบ Metal Clad Switchgear (MCSG) ซึ่งผ่านมาตรฐาน Typetest ระดับนานาชาติและมาตรฐานของไทย รวมถึงการซื้อเทคโนโลยีการผลิตตู้ (know how) จาก ABB (อิตาลี) เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจในกรณีผู้จัดจำหน่ายหรือซัพพลายเออร์ที่เป็นคู่แข่ง เช่น LS, ABB, SEIMENS ไม่จำหน่ายสินค้าให้ทำให้บริษัทไม่สามารถควบคุมต้นทุนสินค้าได้

สำหรับการลงทุนในโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้บริษัทสามารถเข้าประมูลงานของหน่วยงานรัฐบาลและบริษัทเอกชนได้รวมถึงลูกค้าต่างประเทศที่มีแนวโน้มความต้องการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โรงงานอุตสาหกรรมหนัก โรงไฟฟ้า (Power Plant)การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) การไฟฟ้านครหลวง (MEA) การไฟฟ้าภูมิภาค (PEA) เป็นต้น นอกจากนั้น บริษัทยังลงทุนซื้อเทคโนโลยีและอุปกรณ์บางส่วนจากบริษัท CEE Power ประเทศจีน, จัดทำความร่วมมือกับบริษัท Danfoss จากประเทศเดนมาร์กในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการประกอบและจัดจำหน่ายระบบกักเก็บพลังงานหรือ Energy Storage System 

นอกเหนือจากการลงทุนซื้อที่ดิน ก่อสร้างโรงงานและซื้อเครื่องจักร สมศักดิ์ยังวางงบลงทุนราว 70 ล้านบาทสำหรับขยายตลาดต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เมียนมา และกัมพูชา จากแนวโน้มการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมหนักอื่นๆ ในประเทศ เช่น โรงงานผลิตกระดาษ และโรงงานผลิตเหล็กเส้น เป็นต้น

“แนวทางการขยายธุรกิจของเราจะจริงจังมากขึ้น ด้วยการตั้งสาขาหรือสำนักงานสร้างการเติบโต โดยเฉพาะในประเทศที่มีพัฒนาการและความต้องการทางด้านอุตสาหกรรมคล้ายบ้านเราอย่างอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งเราสามารถนำผลงานในอดีตไปขายให้ลูกค้าเหล่านี้ได้ เนื่องจากการผลิตสินค้าในแต่ละประเทศไม่ค่อยต่างกัน เราสามารถพัฒนาโมเดลและปรับใช้ในต่างประเทศได้”



สำหรับกลยุทธ์การสร้างฐานธุรกิจในต่างประเทศจะดำเนินการในลักษณะแผนร่วมทุนตั้งสำนักงานขายในต่างประเทศหรือ Representative Office และจ้างพนักงานประจำ ประมาณ 2-3 คน เพื่อดูแลเรื่องการจำหน่ายและให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้าในประเทศนั้นๆ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ทั้งการติดต่อและบริการเพื่อขยายตลาดให้มากขึ้นกว่าเดิม

“ทุกวันนี้เรามีลูกค้าต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% แต่เราต้องการเพิ่มเป็น 30% ซึ่งน่าจะได้เห็นรายได้ 500 ล้านบาทภายใน 3 ปี โดยการสร้างฐานธุรกิจในต่างประเทศของเราเหมือนต่างชาติที่มีความพร้อมขยายธุรกิจในไทย เราก็มีความพร้อมขยายไปยังต่างประเทศ”

สมศักดิ์มั่นใจในศักยภาพและจุดเด่นในการแข่งขันของบริษัท ได้แก่ การเป็นบริษัทของคนไทยที่สามารถประกอบตู้ไฟฟ้าแบบครบวงจรเพื่อการควบคุมเครื่องจักรและระบบไฟฟ้ารวมถึงมอเตอร์และอุปกรณ์ควบคุมทุกประเภทที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย ทั้งยังมีการให้บริการหลังการขายที่คำนึงถึงลูกค้าเป็นหลักภายใต้ผู้บริหารและทีมงานที่มีประสบการณ์มานานกว่า 30 ปี พร้อมด้วยโรงงานผลิตของบริษัทที่สามารถควบคุมต้นทุน คุณภาพและระยะเวลาในการผลิตได้เป็นอย่างดี

ขณะที่บุคลากรของบริษัทจำนวนกว่า 170 คนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการผลักดันให้ธุรกิจสามารถสร้างผลงานนวัตกรรมและการบริการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ซึ่งสมศักดิ์ให้ความสำคัญในการดูแลทีมงานทุกคนเหมือนครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น บรรยากาศการทำงาน ผลตอบแทนสวัสดิการ และการพัฒนาบุคลากรในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องบนหลักการบริหารธุรกิจและทรัพยากรบุคคลของบริษัท สมศักดิ์เชื่อมั่นในการเติบโตสู่ระดับ 2.5 พันล้านบาทภายใน 3 ปี พร้อมพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงระดับโลก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“ทิศทางองค์กรมีความชัดเจน ในการร่วมมือกันทำงาน ทุกฝ่ายต้องทำงานเพื่อสนับสนุนลูกค้า การส่งมอบงานตรงเวลา ฝ่ายบริการวิ่งงานเกือบ 24 ชั่วโมง โดยอิงผลประโยชน์ของลูกค้าและการสร้างความพึงพอพอใจให้ลูกค้ามากที่สุด ทำให้ลูกค้าใช้บริการเราอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้”

ภาพ: ทวีศักดิ์ ภักดีหุ่น


คลิกอ่าน "CPT ติดอาวุธพอร์ตคุมเครื่องจักรอาเซียน" ฉบับเต็มได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ กุมภาพันธ์ 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor

Update : 19 มีนาคม 2561

View : 1,185




vdo

ภาพรวมความสำเร็จ การจัดงาน Forbes Thailand Alternative Inve..

Update : 09 เมษายน 2561

View : 378

Most Popular
1

ตระกูลมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดของเอเชีย: ลำ

Update : 03 กุมภาพันธ์ 2559

view : 43,161

2

สุวัฒน์ เชาว์ปรีชา แจ้งเกิดฤทธาโชว์ผลงาน

Update : 26 พฤษภาคม 2560

view : 25,354

3

William Heinecke 1 ใน 5 มหาเศรษฐีระดับโล

Update : 15 ธันวาคม 2558

view : 23,664

top list

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลงทั่วโลกเป็นโอกาสหรือความเสี..

Update : 19 กุมภาพันธ์ 2561

view : 1,255

การปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ กับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ..

Update : 09 มกราคม 2561

view : 1,247

สรุปภาพการลงทุนปี 2017..

Update : 18 ธันวาคม 2560

view : 1,569


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ภารไดย ธีระธาดา
Mentor Coach focused on Personal Executive Development
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader