ASIAN BIZ

โอกาสในน่านน้ำซีแวลู ทูน่าไทยระดับโลก

ซีแวลูพร้อมนำทูน่าไทยว่ายทวนกระแสในตลาดโลกครองน่านน้ำ private label มูลค่าสองหมื่นล้านพร้อมปั้นแบรนด์ Super C Chef ชูคุณภาพและประมงยั่งยืนมัดใจผู้บริโภคไทยและประเทศเพื่อนบ้านพร้อมไต่ระดับสู่ 3 หมื่นล้านใน 5 ปีโอกาสในน่านน้ำซีแวลู ทูน่าไทยระดับโลก

เรื่อง: พรพรรณ ปัญญาภิรมย์ ภาพ: เอกพงศ์ ตันติผลประเสริฐ

กว่า 30 ปีที่ครอบครัว อร่ามวัฒนานนท์ได้สั่งสมประสบการณ์การผลิตทูน่าก่อนจะก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตและส่งออกปลาทูน่าชั้นนำของโลก โดย พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ก่อตั้งบริษัท ซีแวลู จำกัด (มหาชน) ในเดือนมีนาคม 2547 ซึ่งเข้าไปลงทุนกับบริษัท ยูนิคอร์ด จำกัด (มหาชน) และบริษัท ณรงค์แคนนิ่งจำกัด (บริษัท ไอ.เอส.เอ. แวลู จำกัด) ขยับขยายโรงงานผลิตปลาทูน่ากระป๋อง4 โรงงานในปี 2549 และลงทุนเพิ่ม 2,500 ล้านบาทปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรพร้อมรวมความแข็งแกร่งขึ้นแท่นเป็นผู้นำอุตสาหกรรมโลก

“ผมคลุกคลีกับธุรกิจทูน่าตั้งแต่เด็ก เดินตามคุณพ่อที่โรงงานและมีโอกาสเดินทางเยี่ยมลูกค้ากับคุณพ่อ จนปีที่คุณพ่อซื้อกิจการโรงงานทูน่า ผมเรียนจบได้ 15 วันกำลังจะเรียนต่อปริญญาโท คุณพ่อให้กลับเมืองไทยมาช่วยงาน เพราะธุรกิจทูน่าเป็นธุรกิจขนาดใหญมูลค่ามากกว่าหมื่นล้านบาท” อมรพันธุ์ อร่ามวัฒนานนท์ ในวัย 32 ปี ระลึกถึงวันแรกที่เริ่มต้นธุรกิจครอบครัวในฐานะบุตรชายคนโตของพจน์ และผู้นำอาณาจักรซีแวลู คนต่อไป

หลังสำเร็จปริญญาตรีจาก Industrial Engineering, University of Wisconsin สหรัฐอเมริกา อมรพันธุ์นำความรู้ที่ได้รับเริ่มทำงานในตำแหน่ง marketing executive เรียนรู้เพิ่มเติมจากทุกส่วนงานธุรกิจไม่ว่าจะเป็น ภาคการผลิต และภาคการตลาดรวมถึงการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการอาวุโสในปัจจุบัน โดยเป็นหนึ่งในผู้ร่วมสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจตั้งแต่รายได้ 15,000 ล้านบาทในช่วงเริ่มต้นถึงรายได้ 23,000 ล้านบาท พร้อมส่งออกปลาทูน่ารายใหญ่ของโลกในฐานะผู้นำ private label (สินค้าที่ผลิตและส่งขายให้ห้างติดตราสินค้าชื่อห้าง) จำหน่ายกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และแบรนด์ซูเปอร์ซีเชฟ (Super C Chef) ในประเทศไทย ด้วยสัดส่วนรายได้การส่งออก 95% และในประเทศ 5%

“กลุ่มซีแวลูมีความภูมิใจที่เป็นผู้ผลิตสินค้า private label หรือสินค้าฉลากของห้างอันดับต้นๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็น Walmart สหรัฐอเมริกา Coles และ Woolworths ออสเตรเลียรวมถึงยุโรปหลายประเทศ เช่น อังกฤษ เยอรมัน สแกนดิเนเวีย เราเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม private label จากคุณภาพและความน่าเชื่อถือด้านเทคนิค โรงงาน ซัพพลายเชนพร้อมทั้ง ethical standard การดูแลพนักงานและการทำประมงอย่างยั่งยืน ปลาที่นำมาใช้สามารถพิสูจน์ได้ว่าจับจากแหล่งใด ด้วยวิธีไหน เราไม่ใช้อวนล้อมจับทีละหลายร้อยตันแต่ใช้เบ็ดตกปลาไม่ให้จับเกินสต็อกที่มี ซึ่งในต่างประเทศให้ความสำคัญกับตรงนี้”

สำหรับจุดแข็งที่ทำให้ซีแวลูก้าวเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกปลาทูน่าชั้นนำของโลก ได้แก่ ประสบการณ์ทางธุรกิจอันยาวนานกว่า 30 ปี มีทีมงานที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน ประกอบกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการด้านรสชาติที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศทั่วโลก ทุกขั้นตอนการผลิตได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด ตรงตามกฎระเบียบมาตรฐานของโลก

“เราให้ความสำคัญกับ ethical standard ตั้งแต่ 8 ปีก่อน เรามั่นใจว่า แรงงานเราถูกกฎหมาย และยึดหลักการดูแลแรงงานเพื่อนบ้านเท่าเทียมกับแรงงานไทย รวมถึงการทำประมงอย่างยั่งยืน ในด้านหนึ่งที่ต่างประเทศกดดัน แต่อีกด้านเรามองว่าเป็นก้าวสำคัญในการสร้าง awareness ให้กับผู้บริโภครุ่นใหม่ได้ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพรวมถึงใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน”

อมรพันธุ์ย้ำในปณิธานการขับเคลื่อนซีแวลูให้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งการสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของซีแวลูที่จำหน่ายทั่วโลก สด ใหม่ ปลอดภัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

“ผลิตภัณฑ์หลักของเราเป็นทูน่าประมาณ 80% ที่เหลือได้แก่ ซาร์ดีน แมคเคอเรล และแซลมอน เราโฟกัสที่ทูน่า เนื่องจากทูน่าวางไข่ครั้งละเป็นล้านฟอง ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการในตลาดโลกและได้รับการยอมรับเป็นเวลานานจากผู้บริโภคทั่วโลกรวมถึงเป็นโปรตีนซีฟู้ดราคาไม่แพง จึงได้รับความนิยมและขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่หรือ emerging market” อมรพันธุ์ย้ำในจุดยืนของซีแวลู



คลื่นลูกใหม่พร้อมต่อยอดและพัฒนาจุดแข็งทางธุรกิจเป็นอาวุธสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างต่อเนื่องปีละ 5% จาก 23,000 ล้านบาทสู่ 30,000 ล้านบาทใน 5 ปี ทั้งการรุกสร้างแบรนด์ Super C Chef ในประเทศและขยายฐานการผลิตอย่างต่อเนื่องในต่างประเทศ รวมถึงเดินหน้าเจาะตลาดกลุ่มประเทศ emerging market และกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม

แม้การปั้นแบรนด์ Super C Chef ในประเทศจะเริ่มต้นช้ากว่าการสร้างชื่อในต่างประเทศ แต่อมรพันธุ์มั่นใจในอาวุธที่ใช้สร้างความแข็งแกร่งด้านการแข่งขัน โดยเปิดตัว 5 ผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยวางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ในประเทศ จาก 5% เป็น 10% หรือจำนวนกว่า 1,000 ล้านบาท สู่ 2,000 ล้านบาท

“แบรนด์ Super C Chef เริ่มตั้งแต่เกือบ 10 ปีก่อนในปี 2550 โดยที่ผ่านมาเราเน้นปลาซาดีนและปลาแมคเคอเรล จนกระทั่งพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยน ทูน่าได้รับการยอมรับมากขึ้นและกระแสสุขภาพที่ทำให้คนรุ่นใหม่นิยมอาหารที่ให้คุณค่าสูงไขมันต่ำ เราคิดว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ของเราจะเป็นใบเบิกทางสร้างแบรนด์ให้ขยายเป็นวงกว้างนอกจากในประเทศ”

สำหรับกลุ่มซีแวลูได้ขยายการเติบโตในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดสำนักงานสาขาในต่างประเทศ ได้แก่ Rubicon Resouces, LLC., ประเทศสหรัฐอเมริกา และ Top Intertrade Corporation ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการนำสินค้าจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น

“การขยายตัวของเราไม่เฉพาะเรื่องการจำหน่ายสินค้า แต่เรายังขยายฐานการผลิตด้วยการซื้อโรงงานที่ฝรั่งเศส โดยซีแวลู ยุโรป เป็นผู้ลงทุน เราเพิ่ม synergy อย่างต่อเนื่องในยุคที่ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องผลิตจากฐานในเมืองไทย”

ท่ามกลางมรสุมที่สหรัฐอเมริกาเผยแพร่รายงานการค้ามนุษย์หรือ Trafficking Persons Report (TIP Report) ซึ่งจัดอันดับประเทศไทยอยู่ในระดับ Tier 3 โดยบ่งชี้ว่าประเทศไทยมีความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ไม่มากเพียงพอเ  อมรพันธุ์สามารถสร้างความเชื่อมั่นและรักษาฐานลูกค้าต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง จากการให้ความสำคัญกับบุคลากร ด้วยความเชื่อมั่นในแนวคิด Pay It Forward นอกเหนือจากการยึดมั่นในความทุ่มเทและความเสียสละที่ได้รับการปลูกฝัง

“หลักการที่คุณพ่อเน้นย้ำคือ ความขยันและความทุ่มเท เราเห็นคุณพ่อคุณแม่พยายามสร้างธุรกิจ ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ เราเป็นรุ่นสองยิ่งต้องทุ่มเทมากขึ้นทวีคูณ เพราะเป็นช่วงการขยายตัวและต่อยอดจากธุรกิจที่พ่อแม่สร้างไว้ โดยเฉพาะการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เราต้องขยันและหาวิธีการใหม่ที่แข่งขันได้ รวมถึงสิ่งที่เราให้ความสำคัญตลอดมา คือ บุคลากร ซึ่งร่วมสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ”

ในฐานะทายาทที่สั่งสมประสบการณ์ทางธุรกิจตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง อมรพันธุ์ผสมผสานแนวทางการบริการธุรกิจที่ได้รับการถ่ายทอดจากครอบครัวกับหลักการบริหารที่ได้รับจากการตกตะกอนบทเรียนการแก้ปัญหาทางธุรกิจตลอดระยะทางที่ผ่านมา

“บทเรียนและประสบการณ์ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น และทำให้องค์กรของเราเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เราต้องมองอย่างรอบด้านไม่ใช่บุกอย่างเดียว แต่ต้องรับให้เป็นเช่นกันซึ่งการรับในที่นี้ คือ โรงงานต้องแม่น ระบบต้องสมบูรณ์แบบ และคนของเราต้องเข้าใจนโยบายของบริษัท เพื่อเดินไปในทิศทางเดียวกันให้ได้”


คลิ๊กอ่าน ฉบับเต็ม "โอกาสในน่านน้ำซีแวลู ทูน่าไทยระดับโลก" ได้ที่ Fobes Thailand Magazine ฉบับ SEPTEMBER 2016


พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor

Update : 05 พฤศจิกายน 2559

View : 2,711



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 8,131

Most Popular
1

William Heinecke 1 ใน 5 มหาเศรษฐีระดับโล

Update : 15 ธันวาคม 2558

view : 18,844

2

ตระกูลมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดของเอเชีย: ลำ

Update : 03 กุมภาพันธ์ 2559

view : 13,265

3

ยุทธศาสตร์ 4 ประสาน ทิศทางใหม่ของ CP ในจ

Update : 22 มกราคม 2558

view : 6,438

top list

Investor searching for yield, Beware real sector

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 383

อเมริกาจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ภายใต้ประธานาธิบดี..

Update : 01 กุมภาพันธ์ 2560

view : 2,096

2017 ปีแห่งนโยบายการคลัง..

Update : 26 มกราคม 2560

view : 595


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย
กิติชัย เตชะงามเลิศ
นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of Wealth Advisory บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย